นั้นทำให้จ้าวซุยสะดุ้งตื่นในทันที จากนั้นจ้าวซุยก็เงยหน้ามองผู้ที่มาเยือนจากในห้องที่มืดสลัว เมื่อมองเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้าง ร่างกายสั่นเทาก่อนจะเอ่ยด้วยความไม่อยากเชื่อว่า
“เสด็จพี่! แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าเป็นคนลงมือเอง…”
“วางใจเถิด คนตายไม่มีวันฟื้นคืนชีพ”
เมื่อเสียงของ ‘จ้าวเหนียน’ ดังขึ้น ดวงตาของจ้าวซุยก็ยิ่งเบิกกว้างขึ้นไปอีก
“อัครเสนาบดี! ท่าน…”
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนกับพี่ชายของเขา แต่น้ำเสียงนั้นกลับเป็นของเจียนจื่อเต๋า เจียนจื่อเต๋ายิ้มบางพลางกล่าวว่า “อันที่จริงแล้วเจ้าก็เรียกข้าว่าเสด็จพี่ได้เช่นกัน อย่างไรเสียเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของข้าก็คือสายเลือดของรัชทายาท”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของจ้าวซุยก็พลันเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ทันที เขาพยายามกดข่มความหวาดกลัวในใจเอาไว้ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้า… เจ้าต้องการทำอะไร”
เจียนจื่อเต๋าเอ่ยตอบเสียงเบา “ยังมีเรื่องหนึ่งที่ต้องการขอความช่วยเหลือจากองค์ชายรอง”
“เรื่องอะไร”
“ขอยืมพลังมังกรบนร่างของเจ้าสักหน่อย!”
ยังไม่ทันที่จ้าวซุยจะทันได้ตอบสนอง ทันใดนั้นเจียนจื่อเต๋าก็พลันยกมือขึ้น จากนั้นสีหน้าของจ้าวซุยก็เปลี่ยนไป ร่างทั้งร่างของเขาลอยขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุมได้ เขาใช้มือทั้งสองกุมคอเอาไว้พลางดิ้นรนไม่หยุด ใบหน้าเองก็แดงก่ำด้วยความอึดอัด
“วิชากลืนมังกร!”
เมื่อเสียงพูดนั้นจบลง เสียงคำรามของมังกรก็ดังขึ้นจาก