ม่ได้เอ่ยคำใด จ้าวซุ่ยลอบมองเจียนจื่อเต้าแวบหนึ่งอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีใด ๆ จึงรู้สึกโล่งอกอยู่ในใจ จากนั้นเขาก็มองไปยังจ้าวเหนียนที่กำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น
แผลจากการแทงเมื่อครู่นั้นตื้นเกินไป คราวนี้เขาจะไม่พลาดอีกแล้ว เมื่อเห็นจ้าวซุ่ยเดินเข้ามาใกล้ จ้าวเหนียนก็เผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา เขาพยายามถีบขาไถลตัวหนีจากจ้าวซุ่ย
“เสด็จพี่วางพระทัยได้” จ้าวซุ่ยมองกริชงดงามในมือพลางกล่าว “กริชเล่มนี้เป็นของขวัญที่พี่ใหญ่เคยมอบให้ข้าเมื่อครั้งก่อน คมกริบอย่างยิ่ง รับรองว่าท่านจะไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก” จากนั้นจ้าวซุ่ยก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวเหนียน เท้าทั้งสองข้างของเขาเหยียบลงบนแขนทั้งสองของจ้าวเหนียน เนื่องด้วยหัวใจได้รับบาดเจ็บ จ้าวเหนียนจึงไม่มีเรี่ยวแรงขยับดิ้นรนต่อต้านแม้แต้น้อย
“ลาก่อนเสด็จพี่!” ทันทีที่พูดจบ จ้าวซุ่ยก็แทงกริชลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ในชั่วขณะถัดมา จ้าวเหนียนก็พลันหน้าแดงก่ำ เบิกตากว้าง มองกริชที่จมมิดเข้าไปในหัวใจด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ เขาคือองค์ชายใหญ่ เขาคือองค์รัชทายาท เขาคือผู้สำเร็จราชการแผ่นดินต้าเฉียน เป็นไปได้อย่างไรที่จะตายง่ายดายถึงเพียงนี้!
แต่เรี่ยวแรงที่กำลังค่อย ๆ หายไป และสติที่เลือนรางได้บอกเขาว่านี่คือความจริง เมื่อมองดูม่านตาที่ขยายออกและสภาพตายตาไม่หลับของจ้าวเหนียนที่นอนอยู่เบื้องล่างแล้ว สายลมเย็นที่พัดผ่านลำคอของจ้าวซุ่ยก็ทำ