ี่เต้าเดินออกมาด้วยกัน ทันใดนั้นหยางหลินก็พลันเอ่ยขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทของพวกเราจะไม่ใช่คนที่อยู่นิ่งเฉยเสียแล้ว”
หลี่เต้าเอ่ยตอบเสียงเรียบ “ผู้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งนั้นจะมีสักกี่คนกันที่ไม่เปลี่ยนไป”
หยางหลินกล่าว “น่าเสียดาย เขายังคงร้อนใจเกินไป”
หลี่เต้าส่ายหน้า “นั่นไม่ใช่แค่ร้อนใจ แต่โง่เขลาเกินไปแล้วต่างหาก”
จากนั้นหยางหลินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามว่า “จริงสิ หากเมื่อครู่คนแซ่เจียนผู้นั้นไม่ออกมา เรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร?” เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เขาพบว่าบนท้องฟ้ามีเมฆครึ้มปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ จึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ฟ้าเปลี่ยนแล้ว”
ฟ้าเปลี่ยนแล้ว? หยางหลินเงยหน้ามองฟ้า เขาพยักหน้าพลางกล่าว “อืม ฟ้าเปลี่ยนแล้วจริงๆ” เขาเองก็เข้าใจคำตอบของหลี่เต้าแล้ว
จวนอัครเสนาบดี ภายในลานเรือนแห่งหนึ่ง ในศาลาริมทะเลสาบ เจียนจื่อเต้ากำลังนั่งตกปลาอยู่บนเก้าอี้ไม้ หลังจากสูบน้ำออกครั้งก่อน พ่อบ้านก็ได้จัดการให้คนปล่อยน้ำเข้าทะเลสาบใหม่ ว่ากันว่ายังจัดหาลูกปลาชุดใหม่มาปล่อย โดยบอกว่าปลาในรอบนี้จะเชื่อง เชื่อฟัง นอนสอนง่ายอย่างมาก
ในตอนนั้นเองได้มีเงาร่างหนึ่งเดินมาตามเส้นทางเล็ก ๆ
“เจ้ามาแล้วหรอ” ยังไม่ทันที่เงาร่างนั้นจะเข้ามาใกล้ เจียนจื่อเต้าก็พลันเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง
“ท่านอัครเสนาบดี” จ้าวซุ่ยประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม
“เหตุใดพระองค์ไม่ไปอยู่