กับพี่ชายที่รัก แต่กลับมาหาข้าถึงที่นี่” เจียนจื่อเต้าจิบน้ำชาที่ชงไว้ข้างกายพลางเอ่ยเสียงเรียบ จ้าวซุ่ยไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขาเหลือบมองถ้วยชาที่ว่างเปล่า ก่อนจะก้าวเข้าไปหยิบกาน้ำชาแล้วรินชาเพิ่มให้อย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นเช่นนั้นเจียนจื่อเต้าก็เหลือบมองแต่ก็ไม่ได้ห้ามปราม หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว จ้าวซุ่ยจึงเอ่ยปาก “ท่านอัครเสนาบดี ข้ามาที่นี่เพื่อขออภัยแทนพี่ใหญ่”
“ขออภัยหรือ? ไม่ถูกต้องกระมัง มีที่ไหนกันให้องค์รัชทายาทมาขอโทษขุนนาง ยิ่งไปกว่านั้นองค์รัชทายาทมีความผิดอะไรที่ต้องขอโทษ องค์ชายรองคงไม่ได้มาล้วงความลับของข้ากระมัง” เจียนจื่อเต้าแสดงสีหน้าราวกับมีคนจะทำร้ายเขา
สิ่งนี้ทำให้จ้าวซุ่ยอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ทันใดนั้นเขาก็พบว่าแม้สีหน้าของเจียนจื่อเต้าจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่ดวงตาทั้งคู่กลับใสสงบดังผืนน้ำในทะเลสาบที่ไร้คลื่น จากนั้นเขาก็รู้สึกตัวทันที จึงเอ่ยปากออกไปว่า “ท่านอัครเสนาบดี พี่ใหญ่ของข้าไม่เคารพท่าน ไม่ให้เกียรติต่าน นับเป็นความผิดร้ายแรง”
“เหตุใดองค์รัชทายาทต้องเคารพและให้เกียรติข้า”
“เพราะท่านเป็นผู้สร้างเขา หากไม่มีท่านแล้วเขาก็ไม่มีทางได้นั่งในตำแหน่งนั้น แต่กลับเป็นเช่นนี้เขายังคิดจะทอดทิ้งท่านอัครเสนาบดี”
เมื่อได้ยินดังนั้น คันเบ็ดในมือของเจียนจื่อเต้าก็หยุดชะงัก เขาเอ่ยเสียงเบาว่า “องค์ชายรองประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว” สีหน้าของจ้าวซุ่ยเพิ่