หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป ไป๋อวิ๋นเปียนก็รีบมาถึงห้องทรงพระอักษรภายใต้การคุ้มกันของจ้าวจง ทว่าก่อนที่ไป๋อวิ๋นเปียนจะได้ทักทาย ทันใดนั้นประตูห้องทรงพระอักษรพลันเปิดออก แล้วพลังดึงดูดสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากด้านใน ไป๋อวิ๋นเปียนไม่ได้ต่อต้านแต่อย่างใด เขาปล่อยให้พลังสายนั้นพาตัวเองเข้าไปข้างใน เผยหน้าแท่นบรรทม
จ้าวจงประสานมือคำนับ “ท่านนักพรตไป๋ เป็นเรื่องด่วน ขออภัยด้วย”
ไป๋อวิ๋นเปียนโบกมือแสดงว่าไม่เป็นไร และเมื่อเห็นฮ่องเต้นอนสลบอยู่บนแท่นบรรทม เขาก็รีบเดินเข้าไปหาทันที จากนั้นเขาก็จับชีพจรที่ข้อมือของฮ่องเต้พลางเอ่ยถาม “เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ ให้ข้าฟังที”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวจงจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นในท้องพระโรงให้ฟังโดยไม่ปิดบัง หลังจากฟังจบ สีหน้าของไป๋อวิ๋นเปียนก็พลันเคร่งขรึมขึ้นมาก่อนจะค่อย ๆ กล่าวว่า “ปัญหาต้องเกิดจากชะตาแผ่นดินแน่นอน”
“ตาสวรรค์! เปิด!”
ในชั่วขณะถัดมา แสงสีทองก็ได้ปรากฏขึ้นในดวงตาของไป๋อวิ๋นเปียน จากนั้นเขาก็มองไปยังฮ่องเต้ที่อยู่บนแท่นบรรทม เมื่อมองดูแล้วก็แทบจะทนไม่ไหว แสงสีทองที่แผ่ออกมาจากร่างของฮ่องเต้นั้นแทบจะทำให้ดวงตาของเขาบอด และจากแสงสีทองนั้น เขาได้มองเห็นมังกรทองแห่งชะตาที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในร่างของฮ่องเต้อย่างเลือนราง
มังกรทองแห่งชะตาวนเวียนอยู่ในร่างของฮ่องเต้ไม่หยุด บางครั้งก็ส่งเสียงคำรามของมังกรออกมา ฟังจากเสียงคำรา