มที่ดังขึ้นเป็นระลอกนี้ ไป๋อวิ๋นเปียนได้ยินความไม่พอใจที่แฝงอยู่ในนั้น ราวกับมันกำลังบอกว่าอึดอัดอยู่
นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะร่างของฮ่องเต้ก็คือบ้านของมังกรทองแห่งชะตา เดิมทียังพออาศัยอยู่ได้ แต่ตอนนี้มันเติบโตขึ้นมามาก จึงทำให้บ้านดูคับแคบไป และแสงสีทองที่แทรกซึมออกมานั้นก็ไม่ใช่สิ่งอื่นใด คือกลิ่นอายของชะตาแผ่นดินที่ไม่อาจกดข่มเอาไว้ได้
เมื่อเห็นสีหน้าของไป๋อวิ๋นเปียนดูไม่ดี จ้าวจงจึงเอ่ยถาม “ท่านนักพรต สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง”
จากนั้นไป๋อวิ๋นเปียนจึงปิดตาสวรรค์ก่อนจะส่ายหน้าให้ “สถานการณ์ของฝ่าบาทในตอนนี้แย่มาก”
“ครั้งนี้ชะตาแผ่นดินของต้าเฉียนเพิ่มขึ้นมากเกินไป จึงทำให้เกินขีดจำกัดที่ฝ่าบาทจะรับไหว”
“ไม่เกินหนึ่งเดือน ฝ่าบาทก็อาจจะทนไม่ไหวแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของจ้าวจงก็เปลี่ยนไปในทันที หากฮ่องเต้เกิดเรื่องขึ้นมา ต้าเฉียนก็จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นคือตอนนี้ยังไม่ได้แต่งตั้งรัชทายาทแห่งต้าเฉียน หากฮ่องเต้เป็นอะไรไป ต้าเฉียนจะต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่เป็นแน่ เปิดโอกาสให้พวกคนที่คิดไม่ซื่อฉวยจังหวะ
จ้าวจงมองไปยังฮ่องเต้ที่กำลังนอนอยู่บนแท่นบรรทมก่อนจะถามว่า “ท่านนักพรต ไม่มีหนทางอื่นแล้วจริงๆ หรือ?”
ไป๋อวิ๋นเปียนส่ายหน้า “เรื่องชะตาแผ่นดินนี้ข้าเองก็ไม่อาจก้าวเกี่ยวได้”
“แต่ทำให้ฝ่าบาทฟื้นขึ้นมาชั่วคราวนั้นยังพอทำได้”
จ้าวจงรีบก้มหัวประสานมือคำนับท