้งนี้ พระองค์ทรงคิดเห็นอย่างไร?”
ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นว่า “จงใจทำเช่นนี้แน่”
“เราเคยคิดเอาไวมากมาย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ใดสามารถใช้วิธีนี้โจมตีเราได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวจงและไป๋อวิ๋นเปียนก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขารู้ดีว่าชะตาแผ่นดินนั้นทรงพลังเพียงใด และมันสามารถสร้างแรงกดดันต่อฮ่องเต้ได้ ทว่าถึงแม้พวกเขาจะรู้ความลับนี้ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีใครใช้ชะตาแผ่นดินมาคุกคามฮ่องเต้ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากเกินไป
ท้ายที่สุดแล้วนี่คือชะตาแผ่นดินของแคว้นใหญ่ อีกทั้งยังเป็นมหาอำนาจอย่างต้าเฉียน การจะเพิ่มชะตาแผ่นดินของต้าเฉียนขึ้นมาอย่างมากมายในคราวเดียวนั้น มันนับเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังทำไม่ได้ แต่เรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นนี้ กลับมีคนทำได้สำเร็จจริงๆ
จ้าวจงนึกถึงหลายสิ่ง นึกถึงขุนนางที่ถวายฎีกาในตอนกลางวัน แต่ไม่นานเขาก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธ ขุนนางพวกนั้นไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ได้ การที่สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างกะทันหัน คนผู้นั้นจะต้องมีอำนาจและความสามารถอันล้นฟ้า และในราชสำนักตอนนี้ก็มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่อาจทำได้ อัครเสนาบดี!
พอนึกถึงคนผู้นั้น จิตสังหารในใจของจ้าวจงก็พลันพลุ่งพล่านขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุมได้
“ฝ่าบาท กระหม่อมจะแก้แค้นให้พระองค์เอง!”
ขณะที่พูดอยู่นั้น กระแสพลังอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของจ้าวจง ไป๋