ปบ้างเท่านั้น เวลาผ่านไปครึ่งกานธูป
ณ พระที่นั่งไท่เหอ เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารต่างยืนเรียงแถวเป็นสองแนว ขุนนางฝ่ายทหารนำโดยหลี่เต้า ส่วนขุนนางฝ่ายปกครองนำโดยอัครเสนาบดี
“ฝ่าบาทเสด็จ!”
ทันใดนั้นพร้อมกับเสียงประกาศของจ้าวฉง ร่างของฮ่องเต้ก็ก้าวขึ้นบันไดมาจากด้านข้าง
เมื่อฮ่องเต้ปรากฏกาย หลี่เต้าก็พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อมองไป นอกจากจ้าวฉงแล้ว ข้างกายของฮ่องเต้ยังมีจ้าวอี๋ที่เขาเคยพบก่อนหน้านี้ติดตามมาด้วย ด้วยการประคองของจ้าวอี๋ ฮ่องเต้ก็ค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งบนบัลลังก์มังกร สิ่งที่ทำให้หลี่เต้ารู้สึกแปลกใจคือ แม้สีหน้าของฮ่องเต้จะดูเปล่งปลั่งไม่เหมือนคนป่วย แต่กลับให้ความรู้สึกว่างเปล่าแปลกประหลาด หรือว่าเมื่อคืนจะมีกิจกรรมในห้องบรรทมมากเกินไป?
หลังจากฮ่องเต้ประทับลงบนบัลลังก์มังกรแล้ว พระองค์ก็กวาดสายตามองเหล่าขุนนางทั้งหลาย ฮ่องเต้มองมาที่หลี่เต้าครู่หนึ่งก่อนจะไปหยุดสายตาอยู่ที่อัครเสนาบดีเจียนจื่อเต้า
จากนั้นพระองค์ก็เอ่ยขึ้นว่า “เจียนจื่อเต้า ช่างเป็นแขกหายากของท้องพระโรง ยากที่จะมาเข้าเฝ้าสักครั้ง”
“ขอฝ่าบาทโปรดอภัย” เจียนจื่อเต้าประสานมือพลางกล่าวเสียงเบา “กระหม่อมล้มป่วยมาระยะหนึ่ง เพิ่งจะหายดี นับจากวันนี้กระหม่อมจะเข้าเฝ้าทุกวัน คอยติดตามรับใช้ฝ่าบาท”
“ไม่ฝืนเกินไปหรือ?”
“มิได้ฝืนพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้ารับ จากนั้นก็มองไปยังเหล่าขุนนางแล้วถามว่า “หากเราจำไม่ผิ