กลิ่นอายที่คุ้นเคยนี้ก็คงเป็นเขาผู้นั้นเท่านั้น เมื่อครู่นี้เมื่อไป๋อวิ๋นเปียนเงยหน้าขึ้นมองเป็นครั้งแรก และได้ใช้วิชาดูโหงวเฮงโดยไม่รู้ตัว ผลลัพธ์ก็คือเขาถูกพลังสะท้อนโจมติกลับมาทันที แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การสะท้อนกลับแบบถูกกระทำ แต่เป็นเพราะวิชาของเขาถูกอีกฝ่ายรับรู้และปฏิเสธ จึงทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับมาเช่นนั้น
ทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูที่พาไป๋อวิ๋นเปียนเข้ามา เมื่อเห็นหลี่เต้าขมวดคิ้วและไป๋อวิ๋นเปียนกระอักเลือดออกมา เขาก็รีบมองไป๋อวิ๋นเปียนอย่างระแวดระวัง พร้อมกับชักดาบยาวที่เหน็บไว้ตรงเอวออกมา
“ท่านหัวหน้าโหรหลวงไป๋ ข้าคงไม่เคยล่วงเกินท่านกระมัง”
ดูจากสภาพของไป๋อวิ๋นเปียนในตอนนี้ ความรู้สึกถูกสอดส่องเมื่อครู่นี้ชัดเจนว่ามาจากอีกฝ่าย ไป๋อวิ๋นเปียนเช็ดเลือดที่มุมปาก ยิ้มขมขื่นพลางกล่าวว่า “ท่านอู่อันกง เป็นความประมาทของข้าเอง”
เมื่อเห็นไป๋อวิ๋นเปียนยอมถอย หลี่เต้าก็ไม่ได้ถือสาอะไรมาก เขาก็พอจะเดาได้ว่าเมื่อครู่อีกฝ่ายทำอะไร ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของท่านนักพรตไป๋ผู่นี้ เทพมนุษย์งั้นหรือ… ไม่อาจดูแคลนรากฐานของต้าเฉียนได้เลยจริงๆ
“ท่านนักพรต เชิญนั่งเถิด”
หลังทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูออกไป ในห้องโถงก็เหลือเพียงสองคน หลี่เต้ายกมือทำท่าเชื้อเชิญ เมื่อเห็นไป๋อวิ๋นเปียนนั่งลงแล้ว หลี่เต้าจึงเอ่ยปากถาม “วันนี้ไม่ทราบว่าท่านนักพรตมาเยือนด้วยเรื่องใด?”
ไป๋อวิ๋นเปียนกระแอมเบา ๆ