!”
เมื่อนึกถึงว่าแผนการที่ตนเองอุตส่าห์วางแผนมาอย่างยากลำบากตลอดหลายปี บัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าไปแล้ว ไทเฮาก็อยากจะจับจ้าวเชียวมาเฆี่ยนให้หนำใจ แต่ไม่นานไทเฮาก็ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อีกครั้ง ทันใดนั้นนางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเงยหน้าขึ้นถามด้วยความห่วงใย “ซิงเอ๋อร์ ตอนนี้ร่างกายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
ในฐานะไทเฮา นางย่อมรู้ความลับบางอย่างของราชวงศ์ หนึ่งในนั้นก็รวมถึงเรื่องชะตาแผ่นดินที่ฮ่องเต้ต้องรับผิดชอบ เมื่อได้ยินคำว่าซิงเอ๋อร์ ในดวงตาของฮ่องเต้พลันฉายแววความไม่พอใจ
“เสด็จแม่ไม่ต้องกังวล ร่างกายของเรายังพอไหว”
“พอไหวหรือ?” ไทเฮาพยักหน้า “หากพอไหวก็ดีแล้ว”
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความในใจของนาง
ในยามนั้นฮ่องเต้พลันลุกขึ้นนั่งแล้วกล่าวว่า “เสด็จแม่ เรายังมีธุระที่ต้องจัดการอีกเล็กน้อย คงต้องรอวันหน้าจึงจะมาพูดคุยกับท่านได้”
ไทเฮายังมีเรื่องที่อยากถามต่อ แต่เมื่อเห็นฮ่องเต้ตั้งใจจะไปแล้ว นางจึงได้แต่ระงับเอาไว้ จากนั้นไทเฮาก็พยักหน้าพลางกล่าวว่า “ได้ ไปจัดการธุระเถิด แต่เรื่องของเชียวเอ๋อร์…”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้จึงกล่าวว่า “เสด็จแม่วางใจได้ เขาเป็นบุตรของเรา เพียงแต่ทำผิดบางอย่างจำต้องได้รับการลงโทษ แต่หลังจากลงโทษแล้ว เสด็จแม่ก็ยังมีโอกาสได้พบเขา”
หลังจากกล่าวจบฮ่องเต้ก็พาจ้าวจงจากไปอย่างรวดเร็ว หลังมองส่งฮ่องเต้และจ้าวจงจากไป สีหน้าของไทเฮาก