ต้ก็เอ่ยถามขึ้น
เมื่อจ้าวจงได้ยินดังนั้นเขาจึงตอบว่า “ฝ่าบาท ไทเฮามีเพียงแต่ความต้องการอำนาจที่มากเกินไปพะยะค่ะ”
ในฐานะผู้ที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้มาโดยตลอด จ้าวจงย่อมเข้าใจไทเฮาได้ไม่น้อยไปกว่าฮ่องเต้เลย
“อำนาจมันดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” ฮ่องเต้รำพึงกับตัวเอง เมื่อก่อนนั้นเพราะพี่ชายทั้งหลายของเขาล้วนแต่เก่งกาจทั้งด้านการรบและการปกครอง ตัวเขาจึงไม่เคยคิดจะเป็นฮ่องเต้เลย เพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระในฐานะองค์ชายเท่านั้น แต่ไม่คาดคิดว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะตกมาอยู่บนหัวของเขา เดิมทีพี่ชายทั้งหลายของเขาก็เป็นเช่นนี้ และตอนนี้ไทเฮาก็เป็นเช่นเดียวกัน
เมื่อนึกถึงไทเฮาฮ่องเต้ก็ประเมินว่า “ผ่านมาหลายปีเพียงนี้นางก็ยังคงโง่เขลาเช่นเคย”
ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ฮ่องเต้ก็สามารถโค่นล้มไทเฮาได้อย่างง่ายดายด้วยพรสวรรค์ด้านการบริหารของเขา แล้วยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ฮ่องเต้ก็ได้บรรลุศาสตร์การปกครองภายในขั้นสูงสุดแล้ว บางสิ่งบางอย่างเขาก็แค่ไม่อยากใส่ใจหรือพูดออกมาเท่านั้นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ฮ่องเต้อาจไม่มีพรสวรรค์ในด้านการทำสงครามกับต่างแคว้นหรือการกำหนดนโยบายใหม่ ๆ แต่หากพูดถึงพรสวรรค์ด้านการบริหารภายใน เขาสามารถควบคุมทุกสิ่งในเมืองหลวงได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพระราชฐานและวังหลวง
“ช่างเถอะ” ฮ่องเต้พลันโบกมือพลางกล่าวว่า “ปล่อยให้นางสนุกต่อไปก่อน อย่างไรเสียระหว่างเราก็ยังมีความผูกพันแม่ลูกอย