ขณะที่หลี่เต้ากำลังคิดหาวิธีที่จะยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อยู่นั้น จู่ ๆ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็เงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงอ่อนว่า “ท่านอา หินที่ท่านให้ข้ามาครั้งก่อนเสียหายแล้วหรือไม่”
หลี่เต้าพลันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามว่า “เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น”
เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เลยตอบว่า “เพราะว่ามันเล็กลง”
ทันใดนั้นหลี่เต้าก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงเอ่ยปากว่า “เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ เจ้าเอาหินนั้นออกมาให้ข้าดูหน่อย”
“อืม”
เสี่ยวอวี่เอ๋อร์สะบัดน้ำออกจากมือก่อนจะล้วงเข้าไปในอก นางหยิบหยกโลหิตที่ร้อยด้วยเชือกแดงขึ้นมาอวด “ท่านอา นี่คือสิ่งที่เสด็จแม่ร้อยให้ข้า สวยหรือไม่” ทว่าหลี่เต้าไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่หยกโลหิตซึ่งสร้างขึ้นด้วยพลังปราณโลหิตของเขาเท่านั้น จากนั้นเขาก็รับหยกโลหิตมาจากมือของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์
และพบว่ามันเล็กลงจริงๆ หดลงไปถึงหนึ่งรอบ จากนั้นหลี่เต้าก็สัมผัสถึงพลังปราณโลหิตภายในและพบว่ามันลดลงไปมาก หากเดิมทีภายในหยกโลหิตมีพลังปราณโลหิตหนึ่งหมื่นแต้ม ทว่าในตอนนี้พลังปราณโลหิตที่เหลืออยู่ภายในนั้นกลับเหลือเพียงแค่แปดพันแต้ม ในสภาวะปกติพลังปราณโลหิตที่บรรจุอยู่ภายในของหยกโลหิตย่อมไม่มีทางสูญเสียไปเร็วถึงเพียงนี้ หากมีการสูญเสียไปมากเช่นนี้ หลี่เต้าที่อยู่ในเมืองหลวงจะต้องรับรู้ได้เหมือนตอนที่เถียซานเหนียงตกอยู่ในอันตราย
ดังนั้นจึงเหลือความเป็นไ