ั้งก่อน ตอนนี้เหลือให้เลือกแค่สองคน น่านะง่ายขึ้นแล้วกระมัง
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทั้งองค์หญิงหมิงเยว่และเถียซานเหนียงก็ต่างตะลึงงัน เรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้พวกนางสมควรจะได้ยินด้วยหรือ?
แต่ในเมื่อฮ่องเต้ถามออกมาแล้ว ก็แสดงว่าพระองค์ไม่ได้ถือสาอะไร สำหรับหลี่เต้าครั้งที่แล้วเขาเคยได้ยินคำถามแบบนี้จึงไม่รู้สึกอะไร เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงถามคำถามเช่นนี้กับเขาอยู่เรื่อย แต่ในเมื่อถูกถามอีกครั้ง เขาก็ทำได้เพียงตอบอีกครั้งเท่านั้น
ดังนั้นหลี่เต้าจึงตอบคำถามที่ถูกถามอีกหนว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมยังคงยืนยันคำเดิม ไม่เห็นว่ามีใครที่เหมาะสมพะยะค่ะ”
องค์หญิงหมิงเยว่มองด้วยสายตา ‘ช่างกล้าเหลือเกิน’
เถียซานเหนียงคิดในใจ ‘หวังว่าฝ่าบาทจะไม่กริ้วฮ่องเต้…’
แต่ทันใดนั้นหลี่เต้าก็ได้เอ่ยปากขึ้นมาอีกประโยค “น่าเสียดาย…”
ฮ่องเต้พลันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามว่า “น่าเสียดายอะไรหรือ?”
หลี่เต้ามองไปยังองค์หญิงหมิงเยว่แล้วกล่าวว่า “น่าเสียดายที่องค์หญิงหมิงเยว่เป็นสตรี มิเช่นนั้นแล้วกระหม่อมก็คิดว่านางเหมาะสมมาก”
ความคิดนี้เขาเคยมีมานานแล้ว เพียงแต่วันนี้เพิ่งได้เอ่ยออกมาเท่านั้น เมื่อคำพูดนั้นถูกเอ่ยจบ สายตาของฮ่องเต้และเถียซานเหนียงก็มองไปทางองค์หญิงหมิงเยว่อย่างอดไม่ได้ เถียซานเหนียงได้สติกลับเป็นคนแรกนางจึงเอ่ยว่า
“อย่าได้พูดเหลวไหล หมิงเยว่เป็นองค์หญิงจะเป็นไปได้อย่างไร…” แต่พอพูดได้ครึ่