เท้าทั้งสี่ของเต่าบกตัวมหึมากำลังเคลื่อนไหว ยอดเขาบนกระดองของมันแหวกทะเลเมฆออก เป็นภาพสุดยิ่งใหญ่อลังการ ลมแรงพัดโบกเสื้อคลุมขนนกของมนุษย์งูผมดำขลับ สีหน้าเขาเย็นชา สายตาจับจ้องไปแสนไกล เขามีนามว่า “ตี้ชาง” เป็นผู้สืบเชื้อสายเผาราชา
“กล้ามองผ่านข้าเชียวหรือ บัดซบ…”
แววตาของตี้ชางเผยจิตสังหารออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องที่มรรคาจารย์แห่งเทียนจิ่งปฏิเสธการทาสู้ของตน เสียแรงที่เขายังอยากหนุนเผ่ามนุษย์สักคราว ในเมื่อเป็นดังนี้ก็อย่าได้โทษว่าเขาไม่เกรงใจ!
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็มุดออกมาจากทะเลเมฆ ลงมายืนข้างกายเขา อยู่บนยอดเขาเช่นเดียวกับเขา หากเจียงฉางเซิงมาเห็นภาพนี้เขาก็จะต้องรู้จักคนผู้นี้ เขาก็คือผู้เฒ่าซกมกที่เคยมอบวาสนาแก่หลินเฮ่าเทียน และเคยพิชิตมหาจักรพรรดิเหรินซึ่งเป็นจักรพรรดิยุทธ์โบราณที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา
ตี้ชางปรายตามองเขาและเอ่ยอย่างไม่ใยดีว่า “จักรพรรดิสงคราม ท่านนี่ตื๊อไม่เลิกเสียจริงๆ”
ความทรงจำการทำศึกที่ผู้เฒ่าซกมกถ่ายทอดให้หลินเฮ่าเทียนนั้น เป็นความทรงจำของกายเนื้อของเขาที่สร้างชื่อจากการทำศึก ทำให้เขาถูกขนานนามว่า “จักรพรรดิสงคราม” เพียงแต่สารรูปเขาในเวลานี้ยากจะทำให้ผู้คนคิดเชื่อมโยงไปถึงจักรพรรดิสงครามที่เคยสร้างความสั่นสะเทือนในประวัติศาสตร์ของเผ่ามนุษย์ทั้งในอดีตและปัจจุบันได้
จักรพรรดิสงครามแสยะยิ้มกล่าวว่า “เรื่องดีๆ ก็ต้องคิดให้ดีๆ หากเจ้าประมือกับมรรคาจารย์แห่งเทียนจิ