ขาสามารถไปที่ใดก็ได้ในไทฮวง แต่หากต้องการใช้ดวงจิตปกคลุมทั่วทั้งไทฮวงก็ยังอีกห่างไกลนัก ความกว้างใหญ่ของไทฮวงไม่สามารถใช้ขนาดของดาวโลกในชาติก่อนมาเทียบได้ จนถึงขั้นที่แม้แต่เอาระบบสุริยะจักรวาลมาใส่ไว้ในไทฮวงก็ยังเล็กนัก
ทว่านี่เป็นเพียงความรู้สึกของเจียงฉางเซิงคนเดียว มุมมองของโลกที่ต่างกันไม่สามารถใช้ความรู้สึกส่วนตัวและจินตนาการไปเทียบเคียงได้ ตอนที่เจียงฉางเซิงถอนดวงจิตไปนอกพิภพและทะลุผ่านปราการแห่งท้องฟ้า ทำให้เขารู้สึกถึงการก้าวกระโดดอย่างชัดเจน ไม่ใช่การก้าวไปนอกพิภพทีละก้าว และจุดนี้ทำให้เขาเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เขาเงยหน้าขึ้นไปมอง แม่น้ำสายมหึมาที่หมุนม้วนเป็นก้นหอยนั้นยังคงอยู่สูงขึ้นไปเบื้องบน ดวงดาวมากมายไหลอยู่ในแม่น้ำสายนั้น และจมลงท่ามกลางเมฆหม่นที่อยู่สุดปลายจักรวาล “คงคาสวรรค์!”
แม้ว่าสามารถมองเห็นได้แต่เขากลับไม่รู้แน่ชัดว่าตนเองอยู่ไกลจากคงคาสวรรค์เท่าใด ครั้งนี้เจียงฉางเซิงลองขยับเข้าไปใกล้คงคาสวรรค์ ดวงจิตของเขาโบยบินขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ในภาวะถอดจิตนี้เขาสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วกว่าตอนที่เหาะเหินด้วยกายเนื้อ
ยิ่งเข้าใกล้คงคาสวรรค์ ความตื่นตะลึงเพราะคงคาสวรรค์ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ดูเหมือนหมู่ดาวที่อยู่ในคงคาสวรรค์ไม่ได้เล็กกว่าไทฮวงสักเท่าใด ผ่านไปพักใหญ่เขายิ่งเข้าใกล้คงคาสวรรค์เข้าไปทุกที
ทันใดนั้น เจียงฉางเซิงก็มองเห็นดวงดาวดวงหนึ่งที่มีมังกร