ำตอบของกระหม่อมคือไม่เห็นด้วยกับองค์ชายองค์ใดเลยพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้ “…”
คำตอบของหลี่เต้าทำให้ฮ่องเต้คาดไม่ถึง และยิ่งรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของหลี่เต้า คนทั่วไปใครเล่าจะกล้าพูดเช่นนี้ หากคำพูดเหล่านี้รั่วไหลออกไป คงจะก่อให้เกิดความเกลียดชังมากมายในชั่วพริบตา
ฮ่องเต้ถามว่า “องค์ชายสามและองค์ชายสี่ก็ไม่เหมาะสมหรอ?”
หลี่เต้าส่ายหน้า “ไม่เหมาะสม”
นี่คือความจริง ด้วยนิสัยของจ้าวคังและจ้าวหย่งแล้ว พวกเขาไม่เหมาะที่จะเป็นฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย คำพูดของหลี่เต้าทำให้ฮ่องเต้รู้สึกลำบากใจ ถ้าไม่เห็นว่ามีใครเหมาะสมเลย แล้วจะให้เขาพิจารณาได้อย่างไรว่าใครคือผู้ที่มีแนวโน้มในการสืบทอดตำแหน่งของพระองค์มากที่สุด ฮ่องเต้ครุ่นคิดอยู่นานแต่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้ สุดท้ายฮ่องเต้จึงอนุญาตให้หลี่เต้ากลับไป
หลังหลี่เต้าจากไป ในห้องทรงพระอักษรก็เหลือเพียงฮ่องเต้และจ้าวฉงสองคน “จ้าวฉง”
“พะยะค่ะ”
“ไปหาคนปล่อยข่าวลือว่าอูอันกงชื่นชอบหมิงเยว่และต้องการจะเกี้ยวนาง”
เมื่อได้ยินคำสั่งนี้จ้าวฉงก็ถึงกับอึ้งไป ฮ่องเต้เห็นจ้าวฉงไม่ขยับเขยื้อนจึงหันไปถาม “ยังยืนอึ้งอยู่ทำไม?”
“ข้าทราบแล้วพะยะค่ะ”
พอจ้าวฉงได้สติกลับมา เขาก็พยักหน้ารับคำแล้วเดินออกไปจากห้องทรงพระอักษร ไม่นานนักจ้าวฉงก็กลับมา เขาพยักหน้าพลางทูลว่า
“ฝ่าบาท กระหม่อมจัดการเรียบรอยแล้วพะยะค่ะ”
เมื่อเห็นสีหน้าสนุกสนใจของฮ่องเต้ จ้าวฉงก็อดถามไม่ได้ “ฝ่าบาท จำเป็นต้องท