อกว่าอันที่จริงแล้วนางไม่ใช่บุตรบุญธรรม แต่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่คนผู้นั้นทิ้งไว้ล่ะ”
ชั่วขณะนั้นหลี่เต้าพลันเงยหน้าขึ้นมาทันที ในดวงตาพลันมีความรู้สึกอันรุนแรงอยู่ เป็นความรู้สึกประหลาดใจอย่างไม่คาดฝัน ผสานกับความตื่นเต้นดีใจ แต่ในสายตาของฮ่องเต้ ความรู้สึกนี้กลับมีความหมายอีกอย่าง
“อ้อ เจ้าบอกว่าไม่ใส่ใจ แต่ที่จริงแล้วก็ยังใส่ใจอยู่”
หลี่เต้ากดข่มความรู้สึกในใจเอาไว้แล้วเอ่ยว่า “ฝ่าบาท ตรัสมาเป็นความจริงหรือพะยะค่ะ?”
ตอนนี้เขาต้องการรู้เพียงคำตอบเดียว
“เป็นเรื่องเท็จ”
“อะไรนะ?”
ฮ่องเต้ไม่ทันสังเกตเห็นความรู้สึกผิดหวังที่ฉายชัดในดวงตาของหลี่เต้า
“เราบอกว่าไม่จริง ไม่ได้บอกหรือว่าเป็นบุตรบุญธรรม เราพูดเช่นนั้นก็เพียงเพื่อลองใจเจ้าเท่านั้น”
ฮ่องเต้รู้ว่าเสี่ยวอวี่เอ๋อร์คือหลานสาวแท้ ๆ ของตน แต่เรื่องเช่นนี้ไม่ควรให้คนนอกล่วงรู้ หากรั่วไหลออกไปก็จะกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวของราชวงศ์ แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นคนที่เขาให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
“ดูเหมือนว่าเจ้ายังคงรู้สึกกังขาในตัวหมิงเยว่อยู่บ้าง”
หลี่เต้าอยากจะบอกว่าตนไม่ได้มีข้อกังขาอะไร เพียงแต่เรื่องเช่นนี้ยากที่จะอธิบาย ทว่าคำโกหกของฮ่องเต้นั้นได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยลงในใจของหลี่เต้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นฮ่องเต้ได้กล่าวว่า “ดังนั้นอูอันกง เจ้าควรเลือกองค์หญิงองค์อื่นเถิด”
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้ “ฝ่าบาท กระหม่อม