หัวข้อต้องห้ามไปแล้วในความหมายบางอย่าง โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ในปีนั้น
“เจ้าวาจาคืออะไรนะ!”
ในชั่วขณะถัดมาฮ่องเต้ก็พลันลุกพรวดขึ้นยืน บารมีแห่งจักรพรรดิแผ่ซ่านออกมา
เมื่อเผชิญกับแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา หลี่เต้าก็ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน และกล่าวซ้ำว่า “กระหม่อมชื่นชอบองค์หญิงหมิงเยว่ หากฝ่าบาทจะพระราชทานสมรส ก็ขอทรงโปรดพระราชทานองค์หญิงหมิงเยว่ให้แก่กระหม่อมด้วยเถิด”
ฮ่องเต้จ้องมองหลี่เต้าด้วยสายตาคมกริบ พยายามค้นหาบางสิ่งบางอย่าง หลังจากพินิจดูอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ละสายตาออกไป พร้อมกันนั้นแรงกดดันจากบารมีจักรพรรดิก็สลายหายไปด้วย หลังจากกลับไปนั่งลงเหมือนเดิมแล้ว ฮ่องเต้ก็จ้องเขม็งพลางกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าบอกว่าเจ้าชื่นชอบหมิงเยว่ เช่นนั้นเจ้าก็คงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง ในสถานการณ์เช่นนั้นเจ้ายังเต็มใจที่จะรับนางเป็นภรรยาอยู่หรือ?”
หลี่เต้าไม่เพียงแค่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น ด้วยสติปัญญาของเขาในตอนนี้ รายละเอียดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตสามารถผุดขึ้นมาในความทรงจำได้ทุกเมื่อ แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้ไม่ควรพูดออกมาในตอนนี้ หลี่เต้าเอ่ยตอบว่า “กระหม่อมทราบดี แต่กระหม่อมไม่ถือสาแต่อย่างใด”
ฮ่องเต้กล่าวต่อว่า “ยังมีอีกเรื่องที่ต้องบอกเจ้า ตอนนี้หมิงเยว่มีธิดาหนึ่งคน”
หลี่เต้ายังคงตอบว่า “บุตรบุญธรรมขององค์หญิงหมิงเยว่ กระหม่อมก็ไม่ถือสาเช่นกัน”
ทันใดนั้นฮ่องเต้พลันเอ่ยขึ้นว่า “แล้วถ้าเราบ