หลังจากแกล้งองค์หญิงหมิงเยว่แล้ว จีหมิงเยว่ก็รีบคืนร่างให้องค์หญิงหมิงเยว่อย่างรวดเร็ว
เมื่อองค์หญิงหมิงเยว่ได้สติกลับมา นางก็มองหยกโลหิตในมือ ในเมื่อไม่มีปัญหาอะไรก็มอบสิ่งนี้ให้เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์เถอะ
องค์หญิงหมิงเยว่หาเชือกแดงเส้นหนึ่งมาร้อยหยกโลหิตเอาไว้ ก่อนจะนำไปคล้องคอเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์
“ต่อไปเจ้าก็สวมมันไว้นะ” องค์หญิงหมิงเยว่ลูบศีรษะเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์
“ขอบพระคุณเสด็จแม่เพคะ”
เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์จับหยกโลหิตที่คอมาดูพลางกล่าวอย่างดีใจ
“ได้ เจ้าไปเล่นเถอะ”
“ถ้าเช่นนั้นลูกไปเล่นก่อนนะเพคะ”
หลังพูดจบ เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ก็วิ่งจากไป
ขณะมองเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์วิ่งออกไป เสียงของจีหมิงเยว่ก็ดังขึ้นในหัวขององค์หญิงหมิงเยว่อีกครั้ง
“เอาละ ต่อจากนี้เจ้าก็ควรจะฝึกฝนได้แล้ว”
องค์หญิงหมิงเยว่ยังคงรู้สึกไม่พอใจจึงเอ่ยปากว่า
“เหตุใดจึงต้องเร่งรัดกันถึงเพียงนี้ด้วย ก็แค่ฝึกฝนเท่านั้น ค่อย ๆ ทำไปก็พอแล้ว”
จีหมิงเยว่กล่าวว่า “หากเป็นเมื่อก่อนเจ้าจะค่อย ๆ ทำไปก็ได้ แต่ตอนนี้อาจจะไม่เหมือนเดิมแล้ว”
องค์หญิงหมิงเยว่จึงถามขึ้น “ไม่เหมือนเดิม? มีอะไรที่ไม่เหมือนเดิมหรือ?”
จีหมิงเยว่ถามกลับ “เจ้าไม่สังเกตหรือว่าความเร็วในการบำเพ็ญของเจ้าตอนนี้มันเร็วกว่าแต่ก่อนมาก”
องค์หญิงหมิงเยว่ตอบ “นั่นไม่ใช่เพราะข้าขยันหรอกหรือ”
“หืม?” จีหมิงเยว่กลอกตาใส่ทันที “กลางวันเจ้าเลี้ยงเด็ก กลางคืนเจ้าปล่อยให้ข้าใช้ร่างกายเจ้าบำเพ