ท้ายที่สุดแล้วองค์หญิงหมิงเยว่ก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ไปเอง นางรำพึงในใจว่า ลูกของตนเองก็ต้องตามใจเอง แต่ในใจกลับนึกสงสัยว่าท่านอานกงมีเสน่ห์อะไรกันแน่ ไม่เพียงแค่สหายรักของนางจะหลงรักเขา แม้แต่ธิดาผู้ไม่เคยเข้าใกล้ผู้ใดของนางก็ยังอยากเข้าใกล้คนผู้นั้นด้วย ทันใดนั้นนางก็นึกขึ้นมาได้ จีหมิงเยว่เองก็เคยบอกให้นางลองเข้าไปใกล้เขาดู
แม้ว่าอาจเป็นเพราะนางมีจุดประสงค์บางอย่างถึงได้พูดเช่นนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านอานกงต้องมีความพิเศษบางอย่างอยู่แน่ องค์หญิงหมิงเยว่จึงมองไปยังหยกโลหิตที่เสี่ยวอวี่เอ๋อร์กำแน่นอยู่ในมือ
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ เอามาให้แม่ดูหน่อย”
ทันใดนั้นนางกำนัลที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยเตือนว่า “องค์หญิงโปรดระวังเพคะ หินก้อนนี้อาจมีความผิดปกติ ดูเหมือนว่านอกจากองค์หญิงน้อยแล้ว ผู้อื่นก็ไม่อาจแตะต้องมันได้”
“ไม่เป็นไร”
คำพูดเช่นนี้ยิ่งทำให้องค์หญิงหมิงเยว่รู้สึกสนใจมากขึ้น เสี่ยวอวี่เอ๋อร์พลันนึกถึงคำพูดของหลี่เต้าขึ้นมา นางจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร ยื่นหยกโลหิตนั้นให้มารดาของตนไป จากนั้นนางก็กล่าวเสียงเบาว่า “เสด็จแม่เจ้าค่ะ ท่านอาบอกให้ท่านช่วยร้อยมันให้ลูกสวมใส่ด้วย”
องค์หญิงหมิงเยว่กล่าวว่า “รอให้แม่ดูเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ว่าจำแล้วนางก็ยื่นมือไปรับหยกโลหิตมา นางกำนัลที่อยู่ด้านข้างยังคงกังวลว่าหินก้อนนี้จะก่อให้เกิดอันตรายที่คาดไม่ถึงต่อองค์หญิงหมิงเยว่
แต่หลังจากถือเอาไว้สองสามอึดใจ หยก