“ขอบพระทัยฝ่าบาทพะยะค่ะ”
จนกระทั่งหลี่เต้าคำนับขอบคุณแล้ว ขุนนางในท้องพระโรงถึงได้สติกลับคืนมา ในเวลานี้หากมีผู้ใดคิดจะขัดขวางก็สายเกินไปเสียแล้ว ฮ่องเต้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ”
หลังจากพระราชทานรางวัลเสร็จสิ้น การประชุมราชสำนักก็จบลงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากหลี่เต้าได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์สูงขึ้นอีกขั้น หลังจากเลิกประชุมแล้วเหล่าแม่ทัพที่สนิทสนมกับหยางหลินต่างพากันมาห้อมล้อมหลี่เต้า จนกระทั่งใกล้จะออกจากวังหลวง กลุ่มคนจึงได้ค่อย ๆ แยกย้ายกันไป ที่นอกวังหลวงหลี่เต้าและหยางหลินกำลังยืนสนทนากันอยู่ หยางหลินตบบ่าหลี่เต้าพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้าเก่งกว่าข้าเสียอีก”
“กงขั้นหนึ่ง ถ้าปู่ของเจ้ายังอยู่ คงจะมาคุยโม้ใส่หน้าข้าไม่หยุดเป็นแน่”
หลี่เต้าอธิบายว่า “ท่านผู้อาวุโสหยาง ท่านปู่ของข้าไม่น่าจะมีนิสัยเช่นนั้น”
“ไม่ใช่หรือ?”
หยางหลินหัวเราะแล้วกล่าวว่า “เขาก็แค่ชอบทำท่าทำทางต่อหน้าคนรุ่นหลังอย่างพวกเจ้าเท่านั้นแหละ”
สุดท้ายหยางหลินก็มองดูท้องฟ้าก่อนจะเอ่ยด้วยว่า
“เอาละ ข้าจะไม่คุยกับเจ้ามากไปกว่านี้แล้ว เจ้าเพิ่งจะกลับมาถึง รีบกลับไปพักผ่อนเถิด เมื่อมีโอกาสค่อยมาคุยกันใหม่”
หลังหยางหลินจากไป หลี่เต้าก็ยังไม่ได้จากไปไหนในทันที เขายังต้องไปรับกองทัพหมาป่าผู่ถูที่ก่อนหน้านี้ถูกนำตัวไปในเขตพระราชวัง
วังหลวงกับเขตพระราชฐานนั้นแตกต่างกัน วังหลวงอยู่ภายในเข