ทษอยู่บ้าง แต่เมื่อมีท่านอัครเสนาบดีอยู่ก็ไม่ได้เจ็บปวดอะไร หากวันหน้าสามารถโค่นล้มหลี่เต้าได้สำเร็จ นี่อาจจะกลายเป็นความดีความชอบก็ได้
ในเวลานี้ไท่ผิงกงหยางหลินผู้ซึ่งเงียบงันมาตลอดก็ได้ก้าวเท้าออกมาจากฝูงชนอย่างกะทันหัน เขาประสานมือคำนับแล้วทูลว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล”
ฮ่องเต้ไม่สนใจท่าทางน่าสงสารของซุนเซียน เขาเงยหน้าขึ้นตอบว่า “อนุญาต”
ทันใดนั้นทุกคนก็ต่างจับจ้องมองไปที่หยางหลินด้วยความสงสัย หยางหลินทำเพียงแค่ชำเลืองมองซุนเซียนแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้หลี่เต้าแล้วเอ่ยว่า “กระหม่อมจะกราบทูลเรื่องที่รองเสนาบดีกรมอาญาซุนเซียนรับสินบน ละเมิดกฎหมาย ไม่สนใจชีวิตประชาชน ติดต่อกับศัตรูภายนอก และก่อความวุ่นวายในราชสำนักพะยะค่ะ”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยขึ้นมา ทั่วทั้งท้องพระโรงก็เกิดความโกลาหลในทันที ซุนเซียนถึงกับลุกพรวดขึ้นมาจากบนพื้น เขามองหน้าหยางหลินด้วยความตกตะลึง เมื่อได้สติกลับมาซุนเซียนก็ตะโกนว่า “ไท่ผิงกง ท่านอย่าได้ใส่ร้ายข้า”
“ในราชสำนักแห่งนี้ ใครบ้างไม่รู้ว่าข้าซุนเซียนจงรักภักดีต่อฝ่าบาทและราชสำนักที่สุด”
จากนั้นซุนเซียนก็ก้มศีรษะคำนับฮ่องเต้แล้วทูลว่า “ขอฝ่าบาททรงโปรดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วยพะยะค่ะ”
หยางหลินเผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจพลางกล่าวว่า “ท่านขุนนางซุนไม่ยอมรับสินะ?”
“ข้าจะยอมรับอะไร ล้วนแต่เป็นข้อกล่าวหาที่ไร้มูล”
“แล้วถ้าข้ามีหลักฐานล่ะ?”
สีหน้าของซุนเซียนพล