“หัวหน้า!”
เมื่อเห็นหลี่เต้า จ้าวคังและจ้าวหยงก็เผลอเรียกออกมาโดยไม่รู้ตัว พวกเขาอยู่กับกองทัพหมาป่าผู่ถูมานานจนเคยชินกับการเรียกเช่นนี้
“องค์ชายทั้งสองมีน้ำใจนัก” หลี่เต้ากล่าวขำๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสองคนจึงนึกขึ้นได้ว่าพวกเขากลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว
สถานะของพวกเขาได้เปลี่ยนจากทหารน้อยใต้บังคับบัญชาของหลี่เต้ามาเป็นองค์ชายแห่งต้าเฉียนแล้ว
เมื่อได้สติกลับมาจ้าวคังก็กล่าวอย่างจริงจังว่า “เป็นหัวหน้าหนึ่งวันก็เป็นหัวหน้าชั่วชีวิต ชีวิตในกองทัพหมาป่าผู่ถูตลอดช่วงหนึ่งเดือนนั้นข้าจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต”
จ้าวหยงอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็รีบพูดตาม “ข้าก็เช่นกัน”
หลี่เต้ายิ้มพลางกล่าวว่า “เข้าไปข้างในกันก่อนเถิด”
ณ ท้องพระโรง
ฮ่องเต้ประทับนั่งบนบัลลังก์มังกรอย่างสงบ กำลังหลับตาพักผ่อนพระวรกาย เหล่าขุนนางด้านล่างต่างยืนรอคอยอย่างเงียบงัน
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากนอกท้องพระโรง
“ท่านอู่อันกง องค์ชายสามและองค์ชายสี่เสด็จแล้ว”
หลังจากเสียงขันทีประกาศจบลง ภายใต้สายตาของผู้คนทั้งหลาย ทั้งสามคนได้ค่อย ๆ เดินเข้ามาในท้องพระโรง
“ถวายบังคมฝ่าบาท”
“ถวายบังคมเสด็จพ่อ”
ท่ามกลางเหล่าขุนนางทั้งหลาย ทั้งสามคนได้กล่าวขึ้นพร้อมประสานมือคำนับ
ฮ่องเต้บนบัลลังก์มังกรลืมตาขึ้นพลางแย้มรอยยิ้มบาง
“ลุกขึ้นเถิดไม่ต้องมากพิธี อย่างไรเสียท่านอู่อันกงก็เป็นขุนนางผู้มีคุณูปการต่อต้าเฉียน”
จากนั้นพระองค์ก็เบ