นสายตาไปยังจ้าวคังและจ้าวหยงทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า “เดิมทีเมื่อพวกเจ้าสองคนกลับมาแล้ว ข้าจะต้องจัดการพวกเจ้าให้ได้”
“แต่ครั้งนี้เห็นแก่ที่พวกเจ้าติดตามอู่อันกงไปปราบกบฏจนได้รับชัยชนะกลับมา เราจะละเว้นพวกเจ้าไว้สักครั้ง”
“หากครั้งหน้ายังทำการประมาทบุ่มบ่ามอีก เราจะถือว่าไม่มีพวกเจ้าเป็นโอรสอีกต่อไป”
หากเป็นในอดีต คำพูดของฮ่องเต้คงทำให้จ้าวคังและจ้าวหยงดีใจเป็นอย่างมาก แต่ในตอนนี้ทั้งสองคนกลับเพียงแค่แสดงสีหน้ายินดีเล็กน้อย จากนั้นก็รีบปรับท่าทางให้เรียบร้อยแล้วประสานมือคำนับอย่างนอบน้อมพลางกล่าวว่า “ขอบพระทัยฝ่าบาท”
เมื่อเห็นท่าทางของทั้งคู่ ฮ่องเต้ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาฉายแววสนใจออกมา
ภาพเหตุการณ์นี้ถูกขุนนางที่อยู่ในท้องพระโรงสังเกตเห็นทั้งหมด
หลี่เต้าที่กำลังยืนนิ่งอยู่กับที่ จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสความอาฆาตที่พุ่งเข้ามาใส่ตน
เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังผู้ที่แผ่กระแสอาฆาตอันรุนแรงที่สุดออกมา ไม่นานนักก็เห็นบุคคลสามคนที่กำลังยืนอยู่หน้าท้องพระโรง ตรงใกล้กับบันไดมังกร
เมื่อมองเห็นคนที่สามในกลุ่มชัดเจน หลี่เต้าก็อดเลิกคิ้วขึ้นไม่ได้ องค์ชายห้าจ้าวเชียว?
แม้จ้าวเชียวจะก้มหนายืนนิ่งอยู่ แต่ด้วยการรับรู้ระดับเทพมนุษย์ของเขาแล้ว รังสีอำมหิตที่มุ่งมาก็ยังคงวนเวียนไม่จางหาย
ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกได้ถึงความอาฆาตแค้นที่พัวพันอยู่รอบตัวจ้าวคังและจ้าวหยง