การที่ให้ผู้น้อยคนหนึ่งนั่งในตำแหน่งหลัก ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นไม่มีผู้ใดคัดค้าน อีกทั้งก็ยังไม่กล้าที่จะคัดค้าน
หลังจากเถียซานเหนียงเพิ่งนั่งลงไปได้ไม่นาน ทันใดนั้นก็มีสองเสียงดังขึ้นมาจากด้านนอกห้องโถง
“ก็บอกแล้วว่าเรื่องในบ้านให้น้องสาวเป็นผู้จัดการ
ไม่จำเป็นต้องให้พวกเราดูแล ทำไมพวกเจ้าถึงไม่เข้าใจเสียที!”
“น้องสาวล่ะ น้องสาวอยู่ที่ใด แค่นางมาก็พอแล้ว จะเรียกพวกเรามาทำไมกัน”
พร้อมกับที่เสียงทั้งสองนั้นดังขึ้น ร่างอ้วนท้วนสองร่างก็ได้เดินเข้ามาในห้องโถง
เมื่อเห็นคนทั้งสอง เถียจิงซานที่ไม่เคยแสดงสีหน้าใด ๆ มาตลอด ก็พลันมีสีหน้าไม่ค่อยดีในทันที
เพราะทั้งสองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลูกชายอกตัญญูทั้งสองของเขานั่นเอง
“เงียบ! อย่าส่งเสียงดัง” เถียจิงซานตบโต๊ะพลางเอ่ยเสียงเย็น
แต่ทว่าทั้งสองคนเพียงแค่เหลือบมองครั้งหนึ่ง แล้วก็งึมงำบ่นพึมพำกันต่อ
“พอเลอะ มาอยู่ข้างกายข้า”
ทันใดนั้นเสียงของเถียซานเหนียงก็ดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงนั้น ทั้งสองคนก็หันมามองด้วยดวงตาเป็นประกายทันที
“น้องสาว!”
สองพี่น้องที่เมื่อครู่ยังทำหน้าเย่อหยิ่งอยู่ ได้รีบเดินเข้ามาอยู่ข้างกายเถียซานเหนียงอย่างว่าง่าย
“เจ้าผอมลงนะช่วงนี้ ควรกินให้มากหน่อย
เพิ่งได้โอสถหายากหมื่นปีมาต้นหนึ่ง เดี๋ยวจะให้คนส่งไปให้”
“น้องสาว พี่หาไข่มุกที่ใกล้จะมีจิตวิญญาณมาให้เจ้าด้วย สวมใส่แล้วจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้งดงาม
จะมอบให้เจ้า”
เมื่อเห