็นเถียซานเหนียง ทั้งสองคนก็รีบแย่งกันพูดคนละประโยคสองประโยค
“เอาละ โหยวเคือ อร เจ้าไปบอกให้คนนำเก้าอี้มาสองตัว”
เถียซานเหนียงเงยหน้าขึ้นมองทั้งสองคนพลางกล่าวว่า
“ในเมื่อพวกท่านมาแล้ว ก็นั่งลงฟังเรื่องนี้ด้วยกันเถิด”
ทั้งสองคนสบตากันก่อนจะพูดพร้อมกันว่า “ล้วนฟังน้องสาว”
เหตุการณ์นี้ทำให้เถียจิงซานที่อยู่ด้านข้างมีสีหน้าเขียว
บิดาพูดแล้วไม่ฟัง แต่กลับฟังน้องสาว ไม่รู้ว่าถูกตามใจจนเสียนิสัยตั้งแต่เมื่อใด
แต่เมื่อทั้งสองคนสงบลงแล้ว เขาก็ไม่ถือสาอะไร ถึงอย่างไรก็เป็นบุตรแท้ ๆ
เมื่อเถียหวายและเถียเนียนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว การประชุมของตระกูลเถียก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
เถียจิงซานหันไปมองเถียซานเหนียงแล้วกล่าวว่า “ซานเหนียง วันนี้ที่เรียกพวกเจ้ามาก็เพื่อหารือเรื่องที่เจ้าจัดการในถังโจว”
เถียซานเหนียงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย นางกล่าวอย่างสงบว่า “เรื่องถังโจวมีอะไรให้ต้องหารือกัน”
เถียจิงซานเอ่ยขึ้น “เรื่องถังโจวนั้นจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไร ถึงแม้จะขาดทุนอยู่บ้าง
แต่โดยปกติแล้วก็เป็นการช่วยราชสำนักให้ถังโจวกลับมามีความสงบเรียบร้อย”
“แต่ว่าการที่เจ้าใช้หนังสือพิมพ์ปั่นกระแสข่าวจนวุ่นวายไปทั่วนั้น ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก เพราะการกระทำของเจ้าทำให้ราชสำนักในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาต้องวุ่นวายไม่น้อยเพราะเรื่องนี้”
“หนังสือพิมพ์?”
เถียซานเหนียงตอบกลับว่า “มีอะไรให้วุ่นวาย ข้าแค่ให้คนของข้าพูดความจร