งจึงรีบวิ่งหนีไปไกลพลางแลบลิ้นใส่
หยางเหยียน เสวี่ยปิง และจางเมิ่ง เมื่อทั้งสามคนเห็นภาพนั้นแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก
ก่อนที่หลี่ชิงเอ๋อร์จะปรากฏตัว แม้หัวหน้าของพวกเขาจะมนุษยดีอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเยือกเย็นและสงบนิ่ง
แต่หลังจากที่หลี่ชิงเอ๋อร์ปรากฏตัวขึ้น เขาก็มีความอบอุ่นมากยิ่งขึ้น
อีกด้านหนึ่ง พวกไฉ่อีมองดูสตรีศักดิ์สิทธิ์ของพวกนางด้วยสีหน้าคล้ายคลึงกัน
ตั้งแต่รู้จักกับหลี่ชิงเอ๋อร์มา พวกนางแทบไม่เคยเห็นรอยยิ้มบนใบหน้ามันเลย จนกระทั่งได้พบกับหลี่เตา
หลังจากพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ครู่หนึ่ง เสวี่ยปิงก็เข้ามาถามว่า “หัวหน้าไม่ต้องการให้พวกเราช่วยหรือ ?”
หลี่เตาส่ายหน้า
ตอนแรกที่ให้เสวี่ยปิงและคนอื่นๆ มาก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครหลุดรอดไป แต่หลังจากมาถึงก็พบว่าถ้าปลาในตาข่ายนี้หลุดรอดไปจริงๆ พวกเขาก็ไม่สามารถจัดการได้อยู่ดี
นอกจากพวกลูกสมุนไม่สำคัญของสำนักปราบสวรรค์แล้ว ที่เหลือล้วนแต่เป็นผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์อย่างต่ำก็อยู่ในระดับมหาราชาปรมาจารย์แล้วทั้งสิ้น
ในกลุ่มคนเหล่านี้คาดว่ามีเพียงเหมียวเมียวซินเท่านั้นที่จะสามารถอาศัยราชันกูสองตัวรับมือได้สักพัก
ส่วนคนที่เหลือนั้นอาจต้องรวบรวมกองทัพหมาป่าฝูถูให้ครบสามพันนายก่อนจึงจะสามารถต่อกรกับระดับมหาราชาปรมาจารย์ได้
แต่ถึงแม้ที่นี่จะไม่ต้องพึ่งพาเสวี่ยปิงและคนอื่นๆ แต่ในภายภาคหน้าพวกเขาจะมีประโยชน์อย่างมาก
หลี่เตาไม่ได