“จริงเท็จแล้วเป็นเช่นใด สิ่งที่ต้องมาเจ้าหลบไม่พ้นหรอก เมื่อรู้ล่วงหน้าว่าจะมีภัยมา สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือ ต้องหมั่นเพียรฝึกวิชาให้มากขึ้น” เจียงฉางเชิงตอบด้วยรอยยิ้ม
ความฝันของเจียงเทียนมิ่งไม่เคยมีเขาอยู่ในนั้น เมื่อคงคาลึกลับนอกพิภพมาถึง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่อยู่ หรือต่อให้หนีก็จะต้องพาเจียงเทียนมิ่งไปด้วย แสดงว่าอนาคตที่เจียงเทียนมิ่งรู้ล่วงหน้านี้ไม่มีเขา หากไม่มีเขาเช่นนั้นอนาคตก็เป็นภาพมายา ทว่าชะตากรรมที่จะมาก็ต้องมาอยู่ดี
เจียงเทียนมิ่งได้ฟังแล้วคิดว่ามีเหตุผลจึงพยักหน้า กล่าวว่า “ท่านพูดถูกต้อง ขอเพียงข้าแข็งแกร่งพอก็ไม่ต้องกลัววิกฤตใดๆ แล้ว”“ทว่าหากภายหน้ายังฝันเห็นสิ่งใดอีก ให้รีบบอกข้าทันที”“เข้าใจแล้วขอรับ” เจียงเทียนมิ่งเอ่ยทั้งหัวเราะ
คนเช่นเขาแทบไม่ฝันเลย เพราะพอเขานอนก็ไปยังมหาพิภพจิตจรแล้ว เมื่อเอ่ยจากนัยหนึ่ง การมีอยู่ของมหาพิภพจิตจรช่วยยืดอายุขัยให้ผู้ฝึกยุทธ์ ลำพังแค่ข้อนี้ผู้ศรัทธาทั้งหมดต่างก็ขอบคุณเขาแล้ว
คนทั้งสามสนทนากันอีกพักหนึ่ง และหัวข้อก็มาอยู่ที่ตัวเจียงจื่ออวี้ เจียงจื่ออวี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงมีคนมาประจบประแจงเขามากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นที่มีตระกูลขุนนางเก่าแก่ไม่น้อยอยากสมรสเชื่อมสัมพันธ์กับเขา และเขาก็เป็นชายชาตรียากจะไมให้จิตใจหวั่นไหวได้ เจียงฉางเซิงกล่าวว่า “หากพบคนที่ชอบก็จงรับไว้เถิด แต่ยังไม่ต้องแต่งตั้งฮองเฮา เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกิน