นี้
ทว่าน่าเสียดายเขาได้แต่ทำใจดีสู้เสืออยู่ในใจเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เขาเคยโอหังต่อหน้าหลีเตามากเพียงใด ต้องมาพบจุดจบอันน่าอนาถต่อหน้าเส้นชีพจรมังกรมากเพียงนั้น การคุ้มครองเทพมนุษย์ใช้ไม่ได้ พลังปราณแท้ในร่างกายก็ยังควบคุมไม่ได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือการโจมตีธรรมดาใช้กับเส้นชีพจรมังกรที่เป็นพลังปราณบริสุทธิ์ไม่ได้ผล สรุปคือเมื่อเผชิญหน้ากับเส้นชีพจรมังกรแล้วเขาก็แทบไม่มีโอกาสชนะได้เลยแม้แต่น้อย ในที่สุดไกเชียนจงก็ทนไม่ไหวแล้ว
ตอนนี้เขาไม่อยากคิดถึงเรื่องเส้นชีพจรมังกรอีกต่อไป และไม่คิดจะจัดการกับหลีเตาอีกแล้ว
สิ่งที่เขาต้องคิดในตอนนี้คือวิธีรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ก่อน
“หนีกันเถอะ !”
ไกเชียนจงคิดเหมือนรองประมุขสำนักปราบสวรรค์ แม้จะน่าอับอายอยู่บ้างแต่ขอเพียงภูเขาเขียวยังอยู่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนเผา สำนักปราบสวรรค์ของพวกเขาก็เดินทางมาเช่นนี้ตลอด ในอดีตมีคู่ต่อสู้มากมายที่ถูกวิชาลับของสำนักปราบสวรรค์ทำให้ตายอย่างทรมาน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ไกเชียนจงจึงเลือกที่จะเลิกติดพันกับเส้นชีพจรมังกรอีก
แม้เส้นชีพจรมังกรจะแข็งแกร่งและสามารถกดข่มเขาได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเพียงสิ่งวิเศษของฟ้าดินเท่านั้น วิธีการโจมตีเองก็เรียบง่ายรุนแรงทั้งยังไม่เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย
หากเขาต้องการจะหลบหนีไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ในขณะที่ไกเชียนจงกำลังจะหลบหนีไปนั้น เงาร่างหนึ่งก็พลันปรากฏขวางหน้าเขาไว้ ไม่ใช่ผู