กัน และตำหนักยมโลกก็ต้องการดวงวิญญาณมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเองด้วย
[ปีเซียนหยวนที่ยี่สิบ เผ่าทรายมรณะและเผ่าจูหรง มารุกรานด้วยต้องการทำลายเผ่ามนุษย์และสังหารเจ้าผู้ที่พวกเขาเห็นว่าเป็นพวกผิดแผก เจ้าลงมือได้ทันกาล ตัดเคราะห์กรรมไปได้ ได้รับรางวัลรอดชีวิตเป็นสมบัติอาคม นามว่า ‘เสื้อคลุมหยินหยางขลิบทอง’]
ข้อความแจ้งเตือนบรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงฉางเซิง เขาลืมตาขึ้นและรับรู้ได้ว่าร่างแยกจัดการกับศัตรูที่มีพลังรบแสนลำเลิศไปแล้ว “เผ่าจูหรง?”
ก่อนนี้มีเผ่าเฉียงเหลียง ต่อมามีเผ่าจูหรง เขาเคยได้ยินสองชื่อนี้จากดาวโลกในชาติก่อนของเขา เป็นไปไม่ได้ที่จะบังเอิญเช่นนี้ ดาวโลกอาจมีความเชื่อมโยงกับโลกแห่งนี้ อาจมีวันหนึ่งเขายังสามารถกลับไปเยี่ยมชมดาวโลกได้ เจียงฉางเชิงไม่ได้ผูกพันกับดาวโลกมากนัก แต่หากสามารถกลับไปได้ เขาก็อยากไปดูว่าดาวโลกกำลังอยู่ในยุคสมัยใด
เขาเริ่มรับถ่ายทอดความทรงจำของเสื้อคลุมหยินหยางขลิบทอง สมบัติอาคมชนิดนี้เกิดจากการผนึกตัวของลมปราณก่อนกำเนิด มีเขตอาคมป้องกัน ไม่แปดเปื้อนกรรม ไม่ก้าวก่ายโชคชะตา สามารถช่วยให้ความตระหนักรู้ของเขาแข็งแกร่งขึ้น เมื่อเขารู้แจ้งในมรรคา เสื้อคลุมนี้จะเข้ามาปกป้องเขาเอง
“ไม่เลวเลยนี่” เจียงฉางเชิงหยิบเอาเสื้อคลุมหยินหยางขลิบทองออกมา ดูเหมือนจะเป็นแค่เสื้อคลุมนักพรตสีขาวธรรมดาที่มีเหลือบทองลางๆ รูปลักษณ์พื้นๆ แต่มีสงาราศีที่ไ