์กลาง พื้นที่โดยรอบในรัศมีร้อยลี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน ให้บรรยากาศรู้สึกกดดันอย่างยิ่ง
ภายในหุบเขาขณะนี้ มีแท่นบูชาขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นโดยสมาชิกของสำนักปราบสวรรค์ตั้งอยู่ แท่นบูชานั้นมีรูปทรงสี่เหลี่ยม แต่ละมุมมีเสาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน บนเสาหินแต่ละต้นมีโซ่ตรวนสีดำขนาดใหญ่ ทะลุผ่านเชื่อมต่อกับแท่นสูงสี่เหลี่ยมที่อยู่ตรงกลางแท่นบูชา
และในตำแหน่งที่ใกล้กับแท่นบูชาที่สุด มีชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปี ผมข้างขมับขาว นั่งขัดสมาธิอยู่ หากหลีชิงเอ๋อร์อยู่ที่นี่ในยามนี้ นางคงจะจดจำชายวัยกลางคนผู้นี้ได้อย่างแน่นอน เพราะชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือ ประมุขสำนักปราบสวรรค์ที่ปรากฏขึ้นในความทรงจำของเทพีศักดิ์สิทธิ์ ‘ไกเซียนจง’ ในยามนี้
ที่เบื้องหลังของไกเซียนจง มีคนนั่งขัดสมาธิอยู่หลายคน พวกเขาคือรองประมุขสำนักปราบสวรรค์ และบรรดาผู้นำระดับสูงทั้งหมดของสำนักปราบสวรรค์
ทันใดนั้น ไกเซียนจงพลันลืมตาขึ้น เขามองเมฆครึ้มบนท้องฟ้าก่อนเอ่ยปากว่า “ทุกคนมากันครบแล้วหรือไม่?”
ชายผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังเขาเอ่ยขึ้น “ท่านประมุข ตามคุณสมบัติแล้ว ยังมีอีกสองคนที่สามารถเข้าร่วมพิธีบนแท่นบูชาได้”
“ใครบ้าง?”
“ศิษย์ในสำนักของผู้อาวุโสฉินที่เป็นผู้หลอมวิญญาณ เพิ่งบรรลุระดับมหาราชาปรมาจารย์ไป จึงมีคุณสมบัติในการเข้าร่วมพิธีบนแท่นบูชาได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไกเซียนจงจึงกล่าวอย่างช้าๆ ว่า “ดูเหมือนผู้อาวุโสฉินกับค