หลังจากออกจากโรงพนันมา หลิวฮุยก็พาคนกลับมาที่จวนราชันบูรพาด้วยความโกรธเกรี้ยว
เขาเดินตรงมาที่ห้องโถงใหญ่ เพิ่งก้าวเข้าประตูไปก็เห็นหลีชิงเอ๋อร์นั่งอยู่บนที่นั่งประธาน และมีสตรีชุดขาวยืนอยู่ด้านหลังของนาง
“สตรีผู้นี้ ไม่มีธุระอะไรจะมาหาข้า ทำไมเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าไปเงียบๆ ไม่ได้หรือ? อีกอย่างมาถึงจวนของข้า ที่นั่งประธานนั้นเจ้านั่งได้หรือ? รีบลุกขึ้นออกไปเดี๋ยวนี้”
ในฐานะหนึ่งในผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์ หลิวฮุยก็พอเข้าใจสถานะของหลีชิงเอ๋อร์อยู่บ้าง แม้ว่าภายนอกสถานะของทั้งสองจะทัดเทียมกัน แต่ในใจเขากลับดูถูกอีกฝ่าย
หลังพูดจบ พอหลีฮุยเห็นว่าหลีชิงเอ๋อร์ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เขาก็กำลังจะโกรธ
“เจ้า…”
แต่พอเงยหน้าสบตากับดวงตาคู่นั้นของหลีชิงเอ๋อร์แล้ว คำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากของเขาก็กลับพูดไม่ออกเสียแล้ว
เขาไม่เห็นความรู้สึกใดๆ ในสายตาของหลีชิงเอ๋อร์เลย นางมองเขาราวกับกำลังมองวัตถุไร้ชีวิต สิ่งนี้ทำให้สัญญาณเตือนภัยในใจเขาดังขึ้นทันที
“พวกเจ้าไม่ได้ยินที่ราชาสวรรค์ของพวกข้าสั่งให้ลุกขึ้นมาหรือไร? รีบลุกเร็วเข้า”
หลิวฮุยยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ ผู้ช่วยที่อยู่ด้านข้างกลับรีบออกหน้าแทนเขาเสียก่อน ชั่วขณะถัดมา ผู้ช่วยคนนั้นก็พลันกระอักเลือดและลอยกระเด็นออกไป เขาหมดสติไปในทันที
หลิวฮุยไม่สนใจ เพียงแตมองหลีชิงเอ๋อร์ด้วยสีหน้าขมวดคิ้วแล้วถามว่า “เจ้าเป็นใคร?”
ดวงตาของหลีชิงเอ๋อร์