ยังคงไม่มีความรู้สึกใดๆ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไกเซียนจงไม่เคยบอกเจ้าเกี่ยวกับตัวตนของข้าหรือ?”
เมื่อได้ยินชื่อ ‘ไกเซียนจง’ ม่านตาของหลิวฮุยก็พลันหดเล็กรวมกันอย่างรุนแรง
ชื่อนี้มีคนในสำนักปราบสวรรค์รู้จักน้อยมาก มีเพียงผู้อยู่ในระดับสูงเท่านั้นที่อาจเคยได้ยิน และเขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น และไกเซียนจงก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นชื่อของประมุขสำนักปราบสวรรค์นั่นเอง
“เจ้าคือ…” หลิวฮุยได้สติกลับมาและเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “เทพศักดิ์สิทธิ์?”
หลีชิงเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า “ในอดีตพวกเขาเรียกข้าเช่นนั้น”
ในชั่วขณะถัดมา หลิวฮุยพลันคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“ขาน้อยหลิวฮุย ขอคารวะเทพีศักดิ์สิทธิ์”
“ลุกขึ้นเถิด”
หลังจากลุกขึ้นยืน หลิวฮุยก็สูดหายใจเข้าลึกแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง “หวังว่าเทพีศักดิ์สิทธิ์จะไม่ตำหนิขาน้อย เนื่องด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ขออนุญาตถามว่า เทพีศักดิ์สิทธิ์มีสิ่งใดที่สามารถพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงได้หรือไม่?”
แม้ว่าเขาจะเชื่อไปแล้วเก้าส่วนว่าหลีชิงเอ๋อร์ในตอนนี้คือใคร แต่ด้วยตำแหน่งของเขา ไม่ว่าจะเชื่อเก้าส่วนหรือแม้แต่เก้าจุดเก้าส่วน เขาก็ตองทำการอย่างระมัดระวัง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีชิงเอ๋อร์จึงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าช่างกล้านัก”
หลิวฮุยไม่กล้าลุกขึ้น เขายังคงคุกเข่าอยู่ “ทั้งหมดเป็นเพราะหน้าที่ความรับผิดชอบขอรับ”
“หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจภายหล