อีกด้านหนึ่ง หลังจากความพยายามครั้งแรกไม่เป็นผล ผู้อาวุโสซู่วก็เริ่มลองครั้งที่สองอย่างรวดเร็ว
“คัดออกจากร่าง!”
เมื่อฝ่ามือทั้งสองกระแทกลงบนหลังของหลี่เต้าอย่างแรง ร่างของหลี่เต้าก็พลันเปล่งแสงสีฟ้าออกมาโดยธรรมชาติ ตามด้วยเงาร่างที่มีลักษณะเหมือนเขาพยายามแยกออกมาจากร่าง แต่ทว่ามันออกมาได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น ในชั่วขณะถัดมา เงาที่แยกออกมาจากร่างกายนั้นก็ราวกับเป็นขดลวดที่ดีดกลับเข้าไปอีกครั้ง
ตูม!
“โอ๊ย!” ผู้อาวุโสซู่วพลันลอยกระเด็นออกไปหลายจั้งก่อนจะตกลงบนพื้นอย่างแรง หลังจากลุกขึ้นมาใหม่ ผู้อาวุโสซู่วก็ดูทุลักทุเลไปทั้งร่าง เขาทำสีหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดเอาไว้ “ท่านขอรับ ท่านต้องไม่ต่อต้านจริงๆ”
ในที่สุดผู้อาวุโสซู่วก็ได้แต่สลดใจพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง หลี่เต้าก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี เมื่อครู่เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่วิญญาณแยกออกจากร่าง แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านแต่อย่างใด สาเหตุที่วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างกายนั้นคงเป็นเพราะร่างกายของเขาดึงวิญญาณกลับเข้ามาโดยสัญชาตญาณ
หลี่เต้าเอ่ยปาก “ลองเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ”
ผู้อาวุโสซู่วเบะปาก แต่สุดท้ายก็นั่งขัดสมาธิอยู่ด้านหลังของหลี่เต้าอีกครั้งอย่างว่าง่าย ผู้อาวุโสซู่วมองแผ่นหลังของหลี่เต้าแล้วสูดหายใจลึก เขากัดปลายลิ้นจนเลือดออกก่อนจะเริ่มร่ายคาถาด้วยมือของเขาอีกครั้ง พลังสีดำอันน่าสะพรึงกลัวได้พันรอบร่างของเขา ครั้งนี้พลังท