“เจ้า!” ทันใดนั้น หญิงในชุดนักบวชก็หันไปมองผู้อาวุโสซู่วแล้วเอ่ยเสียงเย็นชา “ทรยศ!”
“ทรยศ?” อาจเป็นเพราะเพิ่งผ่านเคราะห์ร้ายมาได้ ผู้อาวุโสซู่วจึงดูเหมือนจะปล่อยวางแล้ว ก่อนหน้านี้เขาปฏิบัติต่อหญิงในชุดนักบวชอย่างนอบน้อม แต่ตอนนี้เขากลับเอ่ยเยาะเย้ยว่า “อย่าพูดถึงเรื่องทรยศไม่ทรยศเลย ข้ากับสำนักปราบสวรรค์ของพวกเจ้า เพียงแค่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์เท่านั้น อีกอย่างก่อนหน้านี้ข้ายังเคยช่วยเจ้า แต่ดูท่าทีของเจ้าสิ”
หญิงในชุดนักบวชเห็นตนเองถูกย้อนยอกกลับเช่นนั้น ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ตั้งแต่เมื่อใดกันที่นางผู้เป็นถึงเต้าจวินจะต้องมาถูกคนต่ำช้าใช้คำพูดเหยียดหยาม ในตอนนั้นเองนางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หลี่เต้าไม่ต้องการให้พวกเขามีโอกาสพูดต่อไปอีกแล้ว
เขาเดินมาหยุดตรงหน้าผู้อาวุโสซู่วแล้วเอ่ยว่า “บอกมาว่าจะสามารถช่วยนางได้อย่างไร หากนางรอดเจ้าก็จะรอด แต่หากนางมีปัญหา ข้าเชื่อว่าเจ้าคงไม่อยากรู้ว่าจุดจบของตัวเองจะเป็นเช่นไร”
เมื่อพูดจบ จิตสังหารอันเข้มข้นก็พลันห่อหุ้มร่างผู้อาวุโสซู่วเอาไว้ ในชั่วขณะนั้น ภาพอันโหดร้ายผิดปกติหลายภาพก็แวบผ่านเข้ามาในสายตาของผู้อาวุโสซู่ว หลังจากสะดุ้งตกใจแล้ว ผู้อาวุโสซู่วก็รีบกล่าวว่า “ข้ามีวิธีช่วยนางจริงๆ แต่ว่า… แต่ว่าอาจจะยากสักหน่อย ข้าจะเล่าเรื่องนี้”
ผู้อาวุโสซู่วรีบเล่าถึงสภาพร่างกายของหญิงในชุดนักบวชอย่างละเอียด
“แม้ว่าในตอนนี้ร่างกาย