่หญิงในชุดนักบวชก็กำลังใช้ตาเนื้อมองเขาอยู่เช่นกัน และในดวงตาคู่นั้นของนางก็เต็มไปด้วยความคาดหวังแฝงอยู่
หลี่เต้าไม่สนใจสายตานาง เขาควบคุมให้วิญญาณมาอยู่ตรงหน้าหญิงในชุดนักบวชอย่างไม่ลังเล เมื่อวางนิ้วลงบนกลางหน้าผากของหญิงในชุดนักบวช หลี่เต้าก็รับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าข้างในนั้นมีพื้นที่ว่างอยู่ ในชั่วขณะถัดมา ร่างทั้งร่างของหลี่เต้าก็พลันเปล่งแสงสว่าง จากนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็บิดเบี้ยวจนกลายเป็นก้อนแสงแล้วมุดเข้ากลางหน้าผากของหญิงในชุดนักบวช
หลังจากวิญญาณของหลี่เต้าเข้าสู่ร่างแล้ว หญิงในชุดนักบวชก็หลับตาลงทันที
ในพื้นที่ว่างซึ่งมีแต่ความมืดมัว ก้อนแสงหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไม่มีที่มา จากนั้นมันก็เริ่มบิดเบี้ยวแล้วเปลี่ยนรูปร่าง สุดท้ายก็กลายเป็นรูปร่างมนุษย์ บุคคลที่มีรูปร่างนี้ก็คือหลี่เต้าที่เข้าไปในพื้นที่จิตวิญญาณของหญิงในชุดนักบวช หลังจากลืมตาขึ้นมา หลี่เต้าก็ลองขยับแขนขาก่อนแล้วจึงพบว่าจิตวิญญาณและร่างกายนั้นเหมือนกัน เขาสามารถควบคุมมันได้อย่างอิสระ ไม่มีผลกระทบอื่นใด
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ พื้นที่ซึ่งมีหมอกสีเทาปกคลุมอยู่ ต่อไปก็คือการค้นหา ‘อีกคนหนึ่ง’ เมื่อมองดูพื้นที่จิตวิญญาณอันกว้างใหญ่ไพศาลเบื้องหน้านี้แล้ว การค้นหาเพียงอย่างเดียวดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่เต้าก็หลับตาลง จากนั้นพลังจิตวิญญาณที่มองไม่เห็นก็แผ่ขยายออกไปโดยรอบ มันไกลออ