ในเวลาเดียวกัน ณ เชิงเขาแห่งนี้มีรถม้าคันหนึ่งกำลังจอดอยู่ริมทางเดินเขา
“ที่นี่ใช่หรือไม่?” หลังได้ยินเสียงร้องดังมาจากท้องฟ้า หลี่เต้าก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังยอดเขา
“หัวหน้า ข้าขอตามท่านขึ้นไปด้วยเถิด” หยางเหยียนเอ่ยปาก
หลี่เต้าส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก เจ้าอยู่คุ้มกันที่นี่ ข้าขึ้นไปคนเดียวก็พอแล้ว”
เมื่อพูดถึงการคุ้มกันแล้วก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่คุ้มกันใคร ท้ายที่สุดแล้วเหมียวเมียวซินหนึ่งในหญิงสาวทั้งสามคนนั้นก็มีราชันกูสองตัวอยู่กับนาง แม้จะไม่นับราชันกู พลังของนางก็อยู่ในระดับปรมาจารย์
เมื่อเห็นหยางเหยียนยังอยากจะพูดอะไรอีก หลี่เต้าก็เอ่ยตัดบทขึ้น “เอาละ พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะขึ้นไปก่อน”
หลังจากนั้น เขาก็เหยียบย่างเบาๆ ทั้งร่างลอยขึ้นสูอากาศเหาะไปยังยอดเขา ไม่นานหลังจากนั้น หลี่เต้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูใหญ่ของวัดเต๋าบนยอดเขา
“ผู้มาเยือน หยุดฝีเทา!”
เมื่อหลี่เต้าเข้าไปใกล้ ทันใดนั้นภาพวาดบนประตูใหญ่ของวัดเต๋าก็เปล่งแสงและมีปฏิกิริยาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลี่เต้าก็จ้องมองไปยังภาพวาด ทว่าฝีเท้าของเขายังคงเดินตรงไปที่ประตูใหญ่เหมือนเดิม พอเห็นเช่นนั้นภาพวาดทั้งสองก็สบตากัน รู้ว่าผู้มาเยือนไม่ใช่แขกที่มีเจตนาดี
“บุกรุกวัดเต๋าโดยพลการ วันนี้ข้าไม่อาจปล่อยเจ้าไปได้”
เมื่อเสียงจากภาพวาดดังขึ้น เงาแสงสองสายก็ได้รวมตัวกันเป็นร่างยักษ์สองร่าง ยืนอยู่นอกประตูใหญ่ของวัดเต๋า พอมอง