งเงียบๆ ขณะที่พวกนางกำลังก้มหน้ายืนรออยู่นัน ก็มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาในหูของพวกนาง ตอนแรกไฉอี่คิดว่าในวัดเต๋านี่ยังมีคนอื่นอยู่อีก แต่พอเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าของนางก็แข็งค้างทันที
“คุ้มกัน!”
ทันทีที่ไฉอี่ออกคำสั่ง หญิงชุดขาวทั้งหมดที่เดิมกำลังผ่อนคลายอยู่ก็ลุกขึ้นพร้อมชักกระบี่ยาวออกมาทันที เมื่อทุกคนมองเห็นผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน สีหน้าของแต่ละคนก็ไม่สู้ดีนัก พวกนางเคยเห็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ปะทะกับอีกฝ่ายมาก่อน จึงรู้ดีว่าแม้ทั้งหมดจะรวมพลังกันก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน
เมื่อเห็นอีกฝ่ายค่อยๆ เข้ามาใกล้ ไฉอี่ก็นึกถึงสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในวิหารหลัก ทันใดนั้น ไฉอี่ก็กัดฟันสั่งการว่า “สู้กับเขาให้ถึงที่สุด” พอพูดจบ นางก็นำหน้าโจมตีเข้าใส่หลี่เต้า
“ช่างกล้าหาญจริงๆ”
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่เต้าก็พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย พอมองเห็นกระบี่ที่แทงเข้ามา เขาก็ยกมือขึ้นป้องกันทันที ชั่วขณะนั้นกระบี่ยาวพลันปะทะกับฝ่ามือเปล่าแล้วแตกกระจายเป็นเศษชิ้นส่วนทันที หญิงสาวได้แต่มองมือข้างนั้นเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าของตนมากขึ้นเรื่อยๆ
‘จะตายแล้วหรือ?’
มือข้างนั้นของอีกฝ่ายสามารถทำลายกระบี่ยาวที่หลอมจากเหล็กกล้าร้อยครั้งได้อย่างง่ายดาย แล้วจะพูดถึงร่างกายที่เป็นเนื้อเลือดของนางได้อย่างไร แต่ทันใดนั้น นางก็รู้สึกได้ว่ามือนั้นหยุดลงตรงหน้านางในระยะไม่ไกลนัก พอนางเพิ่งจะลืมตาขึ้นมอง จู่ๆ ก็ถูกแร