อยของการปล้นสะดมและเผาทำลาย นอกจากนี้ยังมีผู้ลี้ภัยที่นั่งอยู่ริมถนนอย่างไร้ระเบียบ
“หัวหน้า ผู้ลี้ภัยพวกนี้ดูเหมือนจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล” หยางเหยียนหยุดรถม้าแล้วหันกลับมากระซิบเบาๆ
“อืม ข้ารู้”
ใครก็ตามที่มาถึงเขตหลงเหมินก็ย่อมมองเห็นความผิดปกติตรงหน้าได้อย่างชัดเจน ในความเข้าใจของคนทั่วไป ผู้ลี้ภัยควรจะดูหมดอาลัยตายอยาก ไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา แต่ผู้ลี้ภัยตรงหน้าเหล่านี้เล่า? พวกเขาแต่ละคนสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เนื้อตัวสกปรก ผิวเหลืองซีดผอมโซจนแทบไม่เหลือสภาพคน แต่กลับเป็นกลุ่มคนที่มีความชีวิตชีวา พูดคุยหัวเราะหยอกเล่นกัน บางคนถึงกับมีเรี่ยวแรงวิ่งไปวิ่งมา
ในขณะที่หลี่เต้ากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงฆ้องกลองดังขึ้นมา และหลังจากที่เสียงฆ้องกลองนั้นดังขึ้น หลี่เต้าก็รู้สึกได้ทันทีว่าบรรกาศรอบข้างพลันเปลี่ยนไป เมื่อมองไปรอบๆ ผู้ลี้ภัยทั้งหมดก็ราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ สายตาของทุกคนจ้องมองไปยังทิศทางที่มีเสียงฆ้องกลองดังขึ้น สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินไปเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
และต่อจากนั้น…
“รอมานานแล้ว รีบเข้า! ให้ข้าเถอะ!”
“น้ำมนต์ น้ำมนต์! ดื่มแล้วข้าจะไม่หิวไปอีกสามวัน”
“อย่ามาขวางข้า! ข้าต้องการดื่มน้ำมนต์!”
ท่ามกลางเสียงตะโกนเอ็ดตะโรที่ดังขึ้นทีละเสียง เห็นได้ชัดว่าผู้ลี้ภัยทั้งหมดได้เริ่มวิ่งเข้าไปในเขตหลงเหมิน ผู้คนเหล่านี้ขณะที่วิ่งไปก็ละเลยทุกสิ่งรอบข้างโดยสิ้นเชิง พุ่งตรงไปข้าง