หยางเหยียนที่สวมชุดธรรมดามองหญิงผู้นั้นพลางขมวดคิ้วกล่าว
ไม่ใช่ว่าหยางเหยียนไร้น้ำใจ หากเป็นเพียงหนึ่งหรือสองคน การช่วยเหลือพวกเขาไปก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อมีคนมากมายมองอยู่รอบๆ เช่นนี้ การช่วยเหลือก็จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแล้ว
หลีเต้ากระโดดลงจากรถม้า สายตาของเขาสำรวจผู้คนรอบข้างก่อน แล้วจึงมองไปยังแม่ลูกคู่หนึ่งที่คุกเข่าอยู่หนารถม้า
หลังจากโบกมือให้หยางเหยียนถอยไป เขาก็หยิบขนมแห้งสองสามชิ้นและถุงน้ำหนึ่งใบจากรถม้ามา แล้วเดินเข้าไปหาแม่ลูกทั้งสอง
เมื่อเข้าไปใกล้ หลีเต้าก็มองเด็กหญิงอายุแปดเก้าขวบในอ้อมแขนของหญิงผู้นั้น แล้วกล่าวว่า “ขาดอาหารและน้ำใช่หรือไม่?”
หญิงผู้นั้นรีบพยักหน้า ดวงตาทั้งสองจ้องมองน้ำและอาหารในมือของหลีเต้าอย่างแน่วแน่ แล้วเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งว่า
“ตราบใดที่ท่านช่วยลูกสาวของข้า ข้ายินดีทำทุกอย่างตามที่ท่านต้องการ”
“เจ้าจะยินดีทำทุกอย่างจริงๆ หรือ?”
“ข้าสาบานว่าเป็นความจริง”
“งั้นเจ้าก็คำนับเสียสิ”
“คำนับ?”
“คำนับ”
หลีเต้าโบกน้ำและอาหารในมือ พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า “เมื่อไหร่ที่เจ้าคำนับแล้วข้าพอใจ เมื่อนั้นข้าก็จะให้อาหารและน้ำแก่เจ้า”
คำพูดที่ดูหมิ่นเช่นนี้ หากเป็นวันปกติอาจทำให้ผู้คนสู้ตายกับเขาก็เป็นได้ เพราะต้าเฉียนไม่เหมือนสมัยโบราณในชาติก่อน ที่การคำนับกราบไหวถือเป็นเรื่องธรรมดา
แต่หญิงผู้นั้นหลังจากได้ฟังคำพูดแล้ว นางก็วางลูกสาวในอ้อมอกลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง แ