ตุบ!
พร้อมกับที่เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้น
ขุนนางที่กำลังทูลเรื่องราวก็ขาอ่อนล้มลงคุกเข่ากับพื้นทันที
ส่วนบรรดาขุนนางที่เมื่อครู่ยืนอยู่ด้านหลังเขา และพากันเห็นด้วย ต่างก็ตัวสั่นไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
ฮ่องเต้มองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา
“พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเราเพียงแค่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรนี้ แล้วจะไม่เข้าใจอะไรเลย?”
“มานี่!”
เมื่อมีคำสั่งดังขึ้น ทหารองครักษ์สองนายที่พกดาบก็เดินเข้ามาจากด้านนอกพระที่นั่ง
“จับตัวเขาไปขังไว้ในคุกหลวง”
“ส่วนคนที่เหลือก็ให้กักตัวไว้ชั่วคราว และทำการสืบด้วยว่าในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาไปมาหาสู่กับใครบ้าง จากนั้นก็ให้ควบคุมตัวทั้งหมด”
“พะยะค่ะ!”
ไม่นานนักคนกลุ่มนี้ก็ถูกพาตัวออกไป
หลังจากนั้นพระที่นั่งไท่เหอก็ตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากในเวลานี้เพื่อหลีกเลี่ยงเคราะห์ร้าย
ผ่านไปครู่หนึ่งฮ่องเต้จึงเอ่ยขึ้น
“เอาละ ทำไมพวกเจ้าถึงได้เคร่งเครียดกันนัก”
“เราจับแต่พวกที่เป็นถุงเหล้าถุงข้าว และคนโลภมากทุจริต หรือว่าพวกเจ้าเองก็เป็นพวกเดียวกัน?”
“ไม่ใช่พะยะค่ะ”
เหล่าขุนนางต่างพากันส่ายหัว
หลังจากนั้นขุนนางผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากฝูงชน
“ฝ่าบาท การลงโทษก็คือการลงโทษ แต่หากเรื่องที่ทั่งโจวเป็นความจริง ก็ควรจัดการโดยเร็ว”
“เรารู้ แต่เรื่องที่ทั่งโจวนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ควรรีบร้อนเกินไป”
“เรื่องนี้เกี่ยวพันกับผู้คนมากมาย จำเป็นต้องสืบสวนก่อนแล้วค่