าบใดที่หลี่เต้าไม่เล่นการพนัน แม้จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปทั้งชีวิตก็เพียงพอ
แต่หยางเหยียนเล่า ทั้งวันคิดแต่เรื่องความทะเยอทะยานใหญ่โต ถ้าตอนนั้นไม่ได้เขาคอยดูแล ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ตระกูลล่มจมไปกี่ครั้งแล้ว ก็เพิ่งจะดีขึ้นตอนที่ได้ติดตามหลี่เต้านี่เอง
แต่อย่างไรก็ตาม หยางหลินยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจ
ในเวลาเดียวกัน ณ มุมหนึ่งของจวนอู่อันกง หยางเหยียนพลันสะดุ้งโหยง รู้สึกว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวเอง
“จริงสิเจ้าหนู เจ้าตั้งใจจะปิดบังตัวตนแบบนี้ไปเรื่อยๆ งั้นหรือ?” หลังพูดจบ หยางหลินก็ขมวดคิวทันที แล้วเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วพลางกล่าวว่า “ด้วยนิสัยของเจ้าตอนนี้ เจ้าคงไม่คิดจะ…”
เมื่อนึกถึงสองตัวอักษรนั้น สีหน้าของหยางหลินก็พลันเปลี่ยนไป
“ข้าบอกเจ้าเลยนะ เจ้าหนุ่มเหม็นคนนี้ อย่าได้คิดอะไรเหลวไหลเชียว ราชวงศ์ไม่ได้จัดการง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ อีกอย่างฝ่าบาท…”
หยางหลินตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมหลี่เต้า แต่แล้วเสียงของเขาก็หยุดลงอย่างกะทันหัน เรื่องแค่นเกี่ยวกับความเป็นความตายเช่นนี้ ถึงแม้เขาจะเป็นผู้อาวุโสแต่ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยว หากพูดมากเกินไปรังแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนดูไม่งาม
หลี่เต้าฟังออกถึงความหมายของหยางหลิน เขาจึงส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโสหยาง ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่มีความคิดที่จะต่อต้านตาเฉียนหรอก ส่วนเรื่องฮองเต้ท่านก็ไม่ต้