ย่างไร”
“ไม่ใช่ว่าข้าโม้นะ ตอนนั้นข้าก็เริ่มฝึกยุทธ์แล้ว!”
ทุกคนพากันเมินเขา เจ้าหนูนี่พอโตขึ้นกลับไม่น่ารักเหมือนตอนเล็กๆ พูดจาก็น่าหมั่นไส้เสียจริง
มูหลิงลั่วยิ้ม “แม้จุดเริ่มต้นจะสู้เทียนมิ่งไม่ได้ แต่ฝ่าบาทเอ่ยว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์หาตัวจับได้ยากในใต้หล้า”
หาตัวจับได้ยากในใต้หล้าหรือ ทุกคนยิ่งรู้สึกสนใจ แม้แต่ไท่หัว ไท่ซี ก็ยังเดินเข้ามาใกล้
เจียงจื๋ออวี้ในผ้าห่อตัวยังมีผิวพรรณอมชมพู ดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท แต่ดวงตาที่สามบนหน้าผากกลับกลอกไปมา
“เช่นนั้นให้ข้าสอนเขาฝึกยุทธในภายภาคหน้าได้หรือไม่”
จืออู๋จวินมองไปยังมูหลิงลั่ว ถามด้วยสีหน้าเปี่ยมความหวัง
มูหลิงลั่วยิ้มกล่าว “แน่นอนอยู่แล้ว อย่างไรฝ่าบาทก็คือเทพเซียน วิชาของเทพเซียนไม่อาจถ่ายทอดให้มนุษย์ได้บ่อยอยู่แล้ว แต่เจ้าสอนเฉยๆ ก็พอ ไม่ต้องมีสถานะอาจารย์ศิษย์หรอก”
จืออู๋จวินได้ยินก็ยิ่งยินดี มองมูหลิงลั่วอย่างซาบซึ้ง
ไปฉีใช้บ่าดึงแขนเสื้อของมูหลิงลั่วแล้วพูดอย่างลังเลว่า “ตอนนี้นายท่านคือฝ่าบาทแล้ว ไม่ควรให้วังหลังว่างเปล่าเกินไป ฮ่องเต้ท่านว่า…”
มูหลิงลั่วเตะมันออกไปทีหนึ่งแล้วบ่นว่า “ต่อให้ฝ่าบาทจะมีสนม ก็ต้องเป็นคน”
ไปฉีขนชี้ตั้ง “ข้าก็แปลงเป็นคนได้นะ!”
“นั่นมันแค่ภาพลวงตา ไม่ใช่แปลงเป็นคนจริง ฝึกให้ดีเถอะ เผ่าปีศาจก็ใช่ว่าจะแปลงกายไม่ได้สักหน่อย”
“เฮอะ เจ้าคอยดูเถอะ รอให้ข้าแปลงกายได้เมื่อไหร่ จะทำให้นายท่านรักข้าแค่คนเดียว!”
“