สามผู้นี้ดูเหมือนจะประจบประแจงเกินไปหน่อยหรือไม่
ในตอนนั้นเอง จาวหยงที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยปากขึ้นว่า
“พี่สาม นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของซานเหนียง หากท่านไปเยี่ยมเช่นนั้นจะไม่เป็นการก้าวก่ายเกินไปหรือ”
แปลตรงตัวเลยก็คือ จาวคังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่กลับอยากจะเสนอหน้าเข้าไปยุ่ง
“เจ้า…”
จาวคังมองจาวหยงแล้วก็โกรธขึ้นมาอีก จึงเอ่ยปากโต้แย้งทันที
ดังนั้นทั้งสองคนจึงเริ่มทะเลาะกันทันใด
พอมองดูท่าทางที่ทั้งสองคนกำลังโต้เถียงกันแล้ว หลีเต้าก็พบว่าหยางหลินพูดผิดไปก่อนหน้านี้
อะไรคือมาชักชวนเขาถึงที่ ดูจากลักษณะของคนทั้งสองแล้ว พวกเขามาเพื่อชักชวนเขาจริงหรือ?
แต่หลีเต้าก็รู้สึกสบายใจดี เขาไม่อยากรบกวนทั้งสองคนจึงทำเป็นดูละครไปเสียเลย
เมื่อมองไปที่โต๊ะข้างๆ ที่มีกาน้ำชาวางอยู่เพียงอย่างเดียว หลีเต้าก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
หากรู้ล่วงหน้าว่าเป็นเช่นนี้ เขาคงสั่งให้จิ่วเอ๋อร์เตรียมผลไม้มาวางไว้ที่นี่แล้ว
และการโต้เถียงของทั้งสองคนก็ไม่ได้ยืดเยื้อนัก ในที่สุดเมื่อพบว่าพูดไม่ชนะจาวหยง จาวคังก็ตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนทันที
“จาวหยง หากเจ้าพูดอีกแค่คำเดียว ก็อย่าโทษข้าที่เป็นพี่ชายว่าไม่สุภาพเชียวนะ”
“ข้า…”
จาวหยงชี้นิ้วไปที่จาวคังเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ
แต่เมื่อเห็นดวงตาของจาวคังที่เต็มไปด้วยความโกรธเขาก็หยุดเอาไว้
ในสมัยโบราณการที่พี่ชายสั่งสอนน้องชายถือเป็นเรื่องปกติมาก อีกทั้งถึงเขาจะต่อสู้ด้ว