หลังจากฟังคำพูดของหลี่เตาจบ สีหน้าของเถียซานเหนียงก็ดูมึนงงเล็กน้อย ริมฝีปากสีชมพูเผยออกนิดๆ ชั่วขณะนั้นนางไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี แต่นางรู้อยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือถ้าหากเรื่องบางอย่างไม่ถือว่าเป็นปัญหานางก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าการเข้าใกล้หลี่เตามากเกินไปจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากขึ้น ทันใดนั้นหัวใจของเถียซานเหนียงก็สั่นไหว
นาง… เป็นอะไรไป!
ตอนแรกที่นางเข้าใกล้หลี่เตา ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องการพึ่งพาพลังของเขา แต่ตอนนี้นางกลับอยากหลีกเลี่ยงในช่วงเวลาสำคัญ หากมองจากมุมคนค้าขายแล้ว นางกำลังทำการค้าแบบ ‘ขาดทุนตัวเอง’ ซึ่งในอดีตนั้นเรื่องเช่นนี้เป็นไปไม่ได้เลย
‘หรือว่า…’
เถียซานเหนียงไม่ใช่คนโง่ ถึงแม้นางจะไม่เคยสัมผัสกับความรักระหว่างชายหญิงที่แท้จริงมาก่อน แต่การที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนนั้นไม่ได้หมายความว่านางจะไม่เข้าใจ หากมองจากอีกมุมหนึ่ง ความคิดเช่นนี้ของนางก็ดูคล้ายกับความรู้สึกแรกรักอยู่สักหน่อย หรือว่านางจะแอบพึงใจพี่หลี่เหมือนที่โหยวเอ๋อร์กล่าวเอาไว้จริงๆ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าที่เคยเย็นชาของเถียซานเหนียงก็พลันปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นมา นางไม่ใช่สตรีที่ลังเลไร้ความแน่นอน หากชอบก็คือชอบ ไม่มีทางโลเลไปมา แต่ถ้านางชอบพี่หลี่แล้ว ทางฝั่งของพี่หลี่เล่า?
ในขณะที่เถียซานเหนียงกำลังคิดวุ่นวายอยู่นั้น เสียงของหลี่เตาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ดังนั้น ซานเหนียง เข้าใจแล้วหรือไม่?”
เมื่อเถียซานเหนียง