อยู่ภูมิลำเนาอย่างสงบสุขเช่นกัน
“หลีเต้า” ฮ่องเต้เอ่ยนามนี้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เขาเคยไม่ชอบชื่อนี้เพราะคนบางคน แต่ปัจจุบันความชื่นชมที่มีต่อหลีเต้านั้น มันมีมากกว่าความเคียดแค้นที่มีต่อคนผู้นั้นแล้ว “ข้าติดค้างบุญคุณใหญ่ต่อเจ้าแล้ว”
พอพูดถึงตรงนี้ฮ่องเต้ก็รู้สึกจนปัญญาอยู่บ้าง เพราะหากไม่มีเรื่องนี้ เขายังสามารถต่อรองกับหลีเต้าได้อีกสักหน่อย ดูว่าจะสามารถยัดเยียดตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดแห่งหน่วยราชองครักษ์ให้ได้หรือไม่ แต่เมื่อมีเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว เขาก็จำเป็นต้องคำนึงถึงความคิดของหลีเต้าบ้าง ที่สำคัญกว่านั้นคือทุกอย่างที่หลีเต้าทำล้วนมีเหตุผลและหลักฐาน และการปล่อยให้เขาอยู่ภายนอกก็เกิดผลดีจริงๆ อวิ๋นอ๋องก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง
สุดท้ายแล้วฮ่องเต้จึงโบกมือพลางกล่าวว่า “ช่างเถอะ เจ้าอยากเป็นก็เป็น ไม่อยากเป็นก็แล้วไป”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลีเต้าจึงหัวเราะเบาๆ พลางกล่าวว่า “ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“เจ้าหนุ่มเจ้านี้นะ” ก่อนหน้านี้ล้วนพูดจาอย่างเคร่งขรึม แต่ตอนนี้เมื่อเขายอมแพ้แล้ว อีกฝ่ายกลับหัวเราะออกมา ดูท่าจะไม่สนใจงานที่เขาจัดเตรียมไว้ให้เลยแม้แต่น้อย “อย่างไรก็ตาม เจ้าควรจะระวังตัวหน่อย ต้าเฉียนกว่าจะมีคนมีความสามารถอย่างเจ้าสักคน เจ้าอย่าได้ทำให้ตัวเองตายเสียละ”
“ฝ่าบาททรงวางพระทัยเถิด กระหม่อมไม่ได้ตายง่ายเช่นนั้น”
หลังพูดจบ ความรู้สึกของหลีเต้าก็พลันซับซ้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาได้ย