หลังจากเดินตามจ้าวอีไปได้ระยะหนึ่งในวังหลวง ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงด้านหน้าตำหนักแห่งหนึ่ง เมื่อเงยหน้ามอง อักษร ‘ห้องทรงพระอักษร’ ตัวใหญ่ได้แขวนอยู่บนป้ายเหนือศีรษะ
จ้าวอีโค้งตัวกล่าวว่า
“ท่านหลี่ ฝ่าบาททรงประทับอยู่ด้านใน ท่านเข้าไปได้เลย”
“ขอบคุณขันทีที่นำทาง”
หลังหลี่เตากล่าวจบก็ผลักประตูเข้าไปด้วยตนเอง พอหลี่เตาเข้าไปแล้ว จ้าวอีก็ก้มหน้ายกมือปิดประตูอีกครั้ง แล้วยืนนิ่งรออยู่หน้าประตู
เมื่อเข้าสู่ห้องทรงพระอักษร หลี่เตาพลันได้กลิ่นไม้จันทน์ทำให้รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งขึ้นมา หลี่เตาเดินเข้าไปข้างในอีกไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นเขาก็หันไปมองด้านข้าง ร่างหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้กำลังก้มหน้าชงชา ผู้ที่สามารถวางตัวสบายๆ ในห้องทรงพระอักษรได้เช่นนี้ก็มีเพียงฮองเต้เท่านั้น
ฮองเต้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เขากล่าวว่า
“มาแล้วหรือ นั่งลงเถิด”
จ้าวจงนำเก้าอี้มาวางในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วกลับไปยืนข้างฮองเต้อีกครั้ง
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
เมื่อกล่าวจบหลี่เตาก็พยักหน้าให้จ้าวจงแล้วนั่งลงอย่างไม่เกรงใจ
ครู่ต่อมากาน้ำชาในมือของฮองเต้ก็ชงเสร็จเรียบร้อย หลังจากเปิดฝาดมกลิ่นพยักหน้าอย่างพอใจแล้ว เขาจึงหยิบถ้วยชาใบหนึ่งออกมาแล้วรินชาลงไปเล็กนอย เมื่อมีสัญญาณ จ้าวจงก็ยกถ้วยชาขึ้นแล้วนำไปส่งตรงหน้าหลี่เตา
“ลองชิมดู ไม่ใช่ทุกคนจะได้ดื่มชาของเราได้ง่ายๆ”
ฮองเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน
หลังจากรับถ้วยช