ผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพะยะค่ะ?”
“สร้างพรรคพวกและหาผลประโยชน์ส่วนตัวงั้นหรือ?” ฮองเต้หัวเราะเบาๆ “หากเราไม่ให้พวกเจ้าสร้างพรรคพวกและหาผลประโยชน์ส่วนตัว พวกเจ้าก็จะไม่ทำเช่นนั้นหรือ? อีกอย่างเจ้าคิดว่าเราตาบอดหรือไร? สภาพราชสำนักเป็นอย่างไรเราจะไม่รู้หรือ ดังนั้นเรื่องพวกนี้จึงไม่สำคัญ มีเจ้าเพิ่มอีกคนก็ไม่มาก ขาดเจ้าไปก็ไม่น้อย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เตาก็พบว่าตนเองประเมินฮองเต้ต่ำเกินไป เขาคิดว่ามีเรื่องราวมากมายที่ฮองเต้องค์ปัจจุบันมองไม่ชัด แต่ตอนนี้เมื่อพิจารณาดูแล้ว นี่ไม่ใช่การมองไม่ชัด แต่เป็นการมองชัดแล้วไม่พูดออกมาต่างหาก แต่คิดดูอีกทีก็สมเหตุสมผล ตราบใดที่ตาเฉียนยังคงมั่นคง สิ่งเหล่านี้สำหรับฮองเต้แล้วล้วนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่กลับเป็นเรื่องดีเสียอีก
ทางด้านนี้ฮองเต้ยังคงพูดต่อ
“ส่วนเหตุผลที่เราบ่มเพาะเจ้า เจ้าจะบอกว่าเราดึงเจ้าเข้าพวกก็ได้ หรือจะบอกว่าเราเห็นคุณค่าของคนมีความสามารถก็ได้ โดยสรุปแล้วเรามีความรู้สึกที่ดีต่อทุกสิ่งที่ไม่ทำลายผลประโยชน์ของตาเฉียน และเป็นประโยชน์ต่อตาเฉียน”
หลังจากพูดสิ่งเหล่านี้จบ ฮองเต้ก็กล่าวต่อทันที
“และเหตุผลที่สอง ความจริงแล้วเราก็ทำเพื่อปกป้องเจ้าด้วย”
“ปกป้องข้าหรือพะยะค่ะ?”
ฮองเต้พูดอย่างเชื่องช้าว่า
“เจ้าแข็งแกร่งเกินไปและมีศักยภาพมากเกินไปด้วย ด้วยวัยเพียงเท่านี้เจ้าสามารถก้าวข้ามเข้าสู่ระดับมหาราชาปรมาจารย์ได้ นับเป็นสิ่งที่หาได้ยากย