ป็นตาเฉียนแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ฮองเต้ก็เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า
“เจ้าไม่เต็มใจที่จะอยู่ในเมืองหลวงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
หลี่เตาย้อนถาม
“กระหม่อมขอถามฝ่าบาท เหตุใดจึงต้องให้กระหม่อมอยู่ในเมืองหลวงด้วยพะยะค่ะ”
ฮองเต้เอ่ยว่า
“หากเราบอกว่าที่จริงแล้วเราก็ทำเพื่อเจ้าเช่นกันละ?”
หลี่เตากล่าว
“ขอฝ่าบาทโปรดตรัสให้ชัดเจนด้วยพะยะค่ะ”
‘เจ้าเด็กนี่…’ หากเป็นขุนนางธรรมดาที่มีท่าทีเช่นนี้ ฮองเต้คงมีโทสะแล้ว แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าหลี่เตา เขากลับพบว่าตนเองดันโกรธไม่ลง
“ช่างเถอะ เราจะบอกเจ้าตรงๆ เลยแล้วกัน”
จากนั้นฮองเต้ก็ค่อยๆ อธิบายเหตุผลที่อยากให้หลี่เตารับตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดแห่งหน่วยราชองครักษ์ประจำเมืองหลวง
“ประการแรก เราเพียงแค่ต้องการฝึกฝนเจ้า พละกำลังของเจ้านั้นเพียงพอ แต่อำนาจในราชสำนักยังไม่มากพอ แม้จะมีหยางหลินอยู่ แต่ในราชสำนักก็ไม่ได้มีเพียงแค่เขา ยังมีผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าเขาอีกมากมาย ภายนอกเจ้าอาจใช้กำลังคว้าอำนาจได้ แต่ในเมืองหลวงกำลังเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ หากเจ้ายังต้องการจะอยู่ในราชสำนักต่อไปและอยู่อย่างดี ตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดแห่งหน่วยราชองครักษ์ประจำเมืองหลวงก็เหมาะกับเจ้าที่สุดแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เตาก็ถึงกับอึ้งไป
คำพูดเช่นนี้ใครพูดก็ได้ แต่กลับเป็นฮองเต้ที่พูดออกมา มันช่างแปลกพิกลจริงๆ
“ฝ่าบาท พระองค์กำลังให้กระหม่อมสร้างพรรคพวกและหา