เนื่องจากการสนทนาระหว่างฮองเต้กับจ้าวจงเป็นไปอย่างเปิดเผย องค์หญิงหมิงเยวและเถียซานเหนียงที่อยู่ด้านข้างจึงได้ยินบทสนทนานั้น
องค์หญิงหมิงเยวคิดในใจว่า คนผู้นั้นแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
เนื่องจากนางเคยทำการบำเพ็ญเพียรมาก่อน จึงเข้าใจดีถึงพลังความสามารถของโม่อู๋หมิงที่จ้าวจงกล่าวถึง องค์หญิงหมิงเยวหันไปมองเถียซานเหนียง แต่กลับพบว่าบนใบหน้าของอีกฝ่ายไม่มีความกังวลอยู่เลยแม้แต่น้อย
ซุนเชียนพาคนคลั่งกระบี่โม่อู๋หมิงเดินออกมาก่อนจะประสานมือคำนับฮองเต้หนึ่งครั้ง แล้วหันไปกล่าวว่า
“ทำตามที่พวกเราตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เพียงแค่ทำให้พิการ ไม่ฆ่า”
โม่อู๋หมิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยของเขาใต้หมวกไม้ไผ่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองซุนเชียน ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วทั้งร่างกายทันที
โม่อู๋หมิงเอ่ยปากกล่าวเสียงเรียบว่า
“ข้าจดจำข้อเรียกร้องของพวกเจ้าไว้แล้ว แต่หวังว่าพวกเจ้าจะจดจำคำสัญญาที่ให้ไว้กับข้าเช่นกัน”
ซุนเชียนฝืนทนต่อความกดดันจากร่างของโม่อู๋หมิงพลางกัดฟันกล่าวว่า
“เรื่องนี้ท่านวางใจได้ หลังจากวันนี้ท่านผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นจะจัดหาปรมาจารย์กระบี่ให้ท่านตามอย่างที่ต้องการ เพราะหากท่านสามารถก้าวข้ามขั้นนั้นได้ มันก็จะไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเอง แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นด้วย”
เมื่อเห็นโม่อู๋หมิงละสายตากลับไป ซุนเชียนก็ถอนหายใจโล่งอก จากนั้นเขาก็